
ลุยป่า "ปิล๊อกคี่" ไม่พบเสือเพิ่ม ชาวบ้านติดตั้งไฟส่องสว่างป้องกันอีกทาง
กล้องดักถ่ายที่ติดตั้ง ตามเส้นทางไปห้วยสะมะท้อ พบภาพสัตว์ป่าหลายชนิด ทั้งหมี เก้ง อีเห็น ชะมด บ่งชี้ชัดว่า ป่าอุทยานฯเขาแหลมบริเวณนี้ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์
วันที่ 20 ก.พ. 65 ความคืบหน้ากรณีเสือ 3 แม่ลูกเข้าทำร้าย หนุ่มชาวกะเหรี่ยง บ้านปิล๊อกคี่ ม.4 ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิจ.กาญจนบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งพบเสือโคร่งลักษณะพิการขา กัดควายชาวบ้านตาย บริเวณริมห้วยสะมะท้อ
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเสือโคร่ง ว่ามาจากไหน รวมทั้งหาแนวทางป้องกัน ไม่ให้เสือเข้ามาทำร้ายสัตว์เลี้ยงและชาวบ้าน
จากหมู่บ้านราว 1 กิโลเมตร พบว่าชาวบ้านได้ทำรั้วไม้ไผ่กั้นขวางเส้นทางเดิน ตั้งแต่ในห้วยน้ำ จรดเชิงเขา ยาวกว่า 30 - 40 เมตร สูงราว 2 เมตร รวม 3 แห่ง ห่างกันประมาณ 500 เมตร เพื่อป้องกันวัวควายที่นำไปเลี้ยงในป่า ไม่ให้กลับหมู่บ้าน และที่บริเวณริมห้วยสะมะท้อ ซึ่งกล้องดักถ่ายจับภาพ เสือโคร่งพิการ 3 ขา กำลังกัดกินควายพบเพียงกะโหลกขาวโพลน รวมทั้งชิ้นส่วนกระดูก โดยไม่เหลือชิ้นเนื้อแม้แต่น้อย
นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานี วิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ พร้อมทีมงาน ได้ตรวจสอบ และเดินดูร่องรอยของเสือโคร่ง รอบบริเวณอย่างละเอียด พบว่าเสือ 3 ขาเดินเข้ามากินซากควาย ในแต่ละคืนนั้น จะไม่เดินซ้ำทางเก่า
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เปิดกล้องดักถ่าย ซึ่งติดไว้ที่ต้นไม้ริมลำห้วย ห่างจากซากควาย ราว 2 เมตร ช่วงวันที่ 5-8 ก.พ.65 ที่ผ่านมา จับภาพเสือ 3 ขา ที่เข้ากินซากควายทุกคืนไว้ได้
แต่จากวันที่ 9 ก.พ. 65 จนถึงขณะนี้ ไม่พบภาพเสือ 3 ขา หรือเสือตัวอื่นแต่อย่างใด ส่วนกล้องดักถ่ายที่ติดตั้ง ตามเส้นทางไปห้วยสะมะท้อ พบภาพสัตว์ป่าหลายชนิด ทั้งหมี เก้ง อีเห็น ชะมด ซึ่งบ่งชี้ชัดว่า ป่าอุทยานฯเขาแหลมบริเวณนี้ มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์
จากการตรวจสอบร่องรอย พบว่าเสือโคร่งพิการ มี 3 ขา เป็นเสือรุ่น เพศเมีย ไม่ใช่เสือประจำถิ่น หากินผ่านมาบริเวณนี้ หลังล่าควายและกินจนหมด ก็เดินทางต่อไป สามารถดำรงชีวิตในป่าได้เช่นเดียวกับมี 4 ขา ส่วนซากอุ้งเท้าเสือที่เจ้าหน้าที่พบในลำห้วยปิล๊อกคี่ เป็นขาหน้า ยังมีเนื้อหนัง คาดว่าราว 1 เดือน ไม่ใช่ชิ้นส่วนขาของเสือ 3 ขา ที่ขาหลังด้านขวาขาด ร่องรอยบาดแผลก็ไม่พบแล้ว เชื่อว่าหายมานาน
สำหรับเสือโคร่ง ตัวที่ทำร้ายนายหวาน น่าจะเป็นเสือพเนจรเพศเมียเช่นกัน ส่วนอีก 2 ตัวคงจะเป็นลูก เสือแม่ลูกอ่อน จะดุ เพราะหวงลูก เมื่อแม่เสือพบนายหวาน จึงเข้าทำร้าย ส่วนเสือโคร่ง 2 ตัว ที่ถูก 5 พรานยิงนั้น ตรวจสอบอัตลักษณ์ พบว่าเป็นเสือประจำถิ่น ในป่าอุทยานฯทองผาภูมิ และเป็นแม่ลูกกัน เพศเมียทั้ง 2 ตัว
ด้านนายประสาท แดงเถิน ผู้ใหญ่บ้านปิล๊อกคี่ เผยว่า ขณะนี้แม้ชาวบ้านจะต้อนวัวควายออกจากป่า มาเลี้ยงในหมู่บ้านแล้วก็ตาม ก็ยังหวาดระแวง ว่า เสือจะออกจากป่า ตามมากัดกินสัตว์เลี้ยงที่หมู่บ้านอีก ต่างก็เร่งติดตั้งไฟสปอร์ตไลท์ ส่องสว่างบริเวณคอกสัตว์ เพื่อป้องกันเสือ แต่ก็ยังสบายใจที่มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาแหลม มาประจำอยู่ที่หมู่บ้าน คอยดูแลลาดตระเวน รอบหมู่บ้านทุกวัน



