เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปราบบ่อนประชุมนัดแรก โดยมี เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมาย  รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ได้รับมอบหมาย  จเรตำรวจ ที่ได้รับมอบหมาย รองอธิบดีกรมการปกครอง ที่ได้รับมอบหมาย  รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ได้รับมอบหมาย   รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ที่ได้รับมอบหมาย และ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ที่ได้รับมอบหมาย เข้าร่วมประชุมด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนาวกันทั้งภาค ผบ.ตร.ลุยเชือด 7 ตำรวจ เซ่นบ่อน"โควิด"

 

ภายหลังการประชุม นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า วันนี้เป็นประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องบ่อนครั้งแรก ซึ่งคณะกรรมการได้จัดขอบเขตการทำงานให้ชัดเจนมากขึ้น ตามที่ได้รับคำแนะนำจากรองนายกรัฐมนตรีนายวิษณุ เครืองาม โดยเบื้องต้นแบ่งเป็นคณะอนุกรรมการ 3 ชุด เพื่อตรวจสอบงานข่าวรวมถึงเส้นทางการเงิน และศึกษามาตรการป้องกัน โดยจะมีการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 28 มกราคม 64 หรือในวันพฤหัสบดีหน้า เพื่อลงลึกในรายละเอียดให้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้จะมีการนำเรื่องเสนอและรายงานนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทุกๆ 30 วัน 

ทางด้านของ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบ กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติว่าจะดำเนินการไปตามคำสั่งโดยมีกรอบระยะเวลา ซึ่งตนจะเน้นการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมถึงเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดเข้าชี้แจงกับคณะกรรมการ ไม่เว้นทั้งพลเรือนและเจ้าหน้าที่รัฐ โดยทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบขอบเขตของคณะกรรมการชุดนี้

ขณะที่ นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการรับผิดชอบเรื่องการดูแลพื้นที่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภารกิจของตนเป็นการปฏิบัติงานที่หวังผลระยะยาว โดยจะมีการทบทวนข้อกฏหมายและกระบวนการเพื่อสรรหากลไกนำมาขับเคลื่อนเชิงนโยบายเพื่อป้องกันปัญหา ซึ่งขณะนี้จะมุ่งคลี่คลายปัญหาการระบาดที่เกี่ยวข้องกับบ่อนการพนันเป็นอันดับแรก แล้วถัดนั้นในระยะยาวจะเป็นการแก้ไขเรื่องการลักลอบเปิดบ่อนด้วย

ขณะเดียวกันพ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวต่อว่า ได้รับมอบหมายจากประธานฯให้ดูแลในเรื่องของ อนุกรรมการด้านข้อมูลและเส้นทางการเงิน ซึ่งมีเป้าประเด็นอยู่2ประเด็นคือ อำนาจหน้าที่ เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยปกติ เพราะฉะนั้นงานที่อยู่ในภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีออกมาเป็นเลขสืบสวยและมีขอบเขตพื้นที่ในการทำงานที่ชัดเจน ส่วนประเด็นที่2ที่จะตรวจสอบคือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะดูเส้นทางการเงินเพื่อใช้ในการอายัด เพื่อใช้ในการป้องปรามตามนโยบายของรัฐบาลที่จะยึดทรัพย์ของผู้กระทำความผิดหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเหล่านี้เป็นมาตรการในการยับยั้งการกระทำความผิดในส่วนของการพนันได้