royal coronation
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

 เปิดโลกทัศน์เกษตรกรสู่มหกรรมพืชสวน"ปักกิ่ง เอ็กซ์โปร์ 2019"

วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 - 04:29 น.
ปักกิ่ง
Shares :
เปิดอ่าน 1,681 ครั้ง

 เปิดโลกทัศน์เกษตรกรไทยในต่างแดนสู่งานมหกรรมพืชสวน"ปักกิ่ง เอ็กซ์โปร์ 2019"

  

         งานใหญ่ระดับโลกที่คนเกษตรไม่ควรพลาดสำหรับงานมหกรรมแสดงพืชสวนระหว่างประเทศปักกิ่งเอ็กซ์โป 2019 (TheInternationalHorticulturalExhibition2019:BeijingEXPO2019) ภายใต้แนวคิด “Live Green,Live Better” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน–7 ตุลาคม 2562 ณ กรุงปักกิ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

            โดยประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของการงานในครั้งนี้บนพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตร ประกอบด้วยThailand Pavilion (บ้านไทย)อาคารแสดงสินค้าและบริการข้อมูลประเทศไทย (บ้านไทย) สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด The Green Way of Life, the Thai Way of Sufficiency พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับวิถีชีวิตของคนไทยและวัฒนธรรมไทย ผ่านบ้านไทยโบราณและสวนไทยด้วยแนวคิด “ซูเปอร์มาร์เก็ตรอบบ้าน” มีการเพาะปลูกพืชผัก ไม้ผล พืชสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับที่หลากหลาย เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตสู่ตลาด

   

           กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้นำคณะเกษตรกร ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ในต่างแดน ร่วมศึกษาดูงาน ชมเทคโนโลยีการผลิตพืชที่ทันสมัย พร้อมศึกษาแนวโน้มความต้องการสินค้าของผู้บริโภค และเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการของจีนและประเทศอื่น

           สำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวภายหลังการนำเกษตรกรที่มีผลงานดีเด่นเดินทางไปชมงานมหกรรมดังกล่าว โดยระบุว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมจัดงานแสดงพืชสวนระหว่างประเทศปักกิ่งเอ็กซ์โป 2019(BeijingEXPO2019)เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าพืชสวน ผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อสุขภาพของไทย และสร้างเครือข่ายด้านการค้าในเวทีนานาชาติ ส่งเสริมการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในลักษณะสวนถาวรภายนอกอาคารที่มีพื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตร

            ภายในเป็นการเข้าร่วมจัดแสดงนิทรรศการและให้บริการข้อมูลด้านสินค้าเกษตร วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมศึกษาดูงานและเจรจาธุรกิจ โดยการนำคณะเจ้าหน้าที่และเกษตรกรศึกษาดูงานการจัดงาน เทคโนโลยีการผลิตพืชที่ทันสมัย ศึกษาแนวโน้ม ความต้องการสินค้าของผู้บริโภคในจีน การประชุมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการจีนและประเทศอื่น ๆ รวม 3 ครั้ง ครั้งละ 5 วัน เป็นการส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน

         อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวต่อว่า สำหรับการจัดงาน BeijingEXPO2019 มีจำนวนประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 110 ประเทศ/องค์กร ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความไว้วางใจและถูกนำเสนอให้ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 4 ประเทศ สำหรับต้อนรับคณะผู้เยี่ยมชมระดับ VVIP หรือ Super VIP ประกอบด้วย เยอรมัน กาตาร์ ญี่ปุ่น และไทย มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมจากประเทศต่าง ๆ เช่น เอกอัครราชทูตประเทศอาเซอร์ไบจานประจำกรุงปักกิ่ง ผู้แทนจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้แทนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรต รวมทั้งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจากประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง

         "จากการประมาณการโดยใช้หลักสถิติ คาดว่าตลอดระยะเวลา 6 เดือนนับตั้งแต่จัดงาน จะมีผู้เข้าเยี่ยมชม Thailand Pavilion (บ้านไทย) ไม่ต่ำกว่า 800,000 คน ซึ่งการเข้าร่วมงานBeijingEXPO2019ครั้งนี้จะเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวในจีนอีก 16 ล้านคน ได้รู้จักสินค้าเกษตรไทยและแสดงศักยภาพสินค้าเกษตรของไทยที่มีคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติทั่วโลกมากขึ้น”สำราญกล่าว

          สำหรับกิจกรรมศึกษาดูงาน BeijingEXPO2019 กลุ่มเป้าหมายมี 3 รุ่น รุ่นละไม่เกิน 25 คน ประกอบด้วย เกษตรกร จำนวน 7 คน ผู้ประกอบการ/ภาคเอกชนที่สนใจ ไม่เกิน 14 คน และข้าราชการ ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน ระยะเวลาศึกษาดูงาน จำนวน 3 รุ่น มีดังนี้ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 17 – 21 พฤษภาคม 2562 รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 – 31 กรกฎาคม 2562 และรุ่นที่ 3 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 4 กันยายน 2562 

           ส่วนหลักเกณฑ์การคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมศึกษาดูงานจะต้องเป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรด้านพืชสวนเป็นหลัก มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยเป็นเกษตรกรที่จดทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และเข้าร่วมกิจกรรมของกรมฯ อย่างต่อเนื่อง เป็น Smart Farmer ต้นแบบ/Young Smart Farmer ต้นแบบ/เกษตรกรแปลงใหญ่/ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือเกษตรกร/องค์กรเกษตรกรผู้ได้รับรางวัลระดับจังหวัด/เขต/ประเทศ เป็นต้น และหากได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ รวมทั้งไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมในต่างประเทศของกรมฯ มาก่อน ภายในระยะเวลา 2 ปี

            สมชาย เชี่ยวชาญศิลป์ เกษตรกรรุ่นใหม่(Young Smart Farmer) จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา หนึ่งในผู้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมศึกษาดูงานในรุ่นแรก เล่าว่า จากการได้พบชาวจีนที่มาเข้าคิวยาวเหยียดเพื่อรอชิมผลไม้ยอดฮิตของไทย คือ ทุเรียน เขาบอกว่า ทุเรียนไทยเป็นที่นิยมและชื่นชอบถูกปากชาวจีนมาก และจากการที่เจ้าหน้าที่ของไทยได้ประสานงานให้กับคณะดูงานได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการจีน สิ่งที่ผู้ประกอบการจีนเน้น คือ ต้องการให้เกษตรกรไทยให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรและความปลอดภัย โดยพบว่าสินค้าของไทยเมื่อนำไปวางที่ประเทศจีนมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งหากไทยทำสินค้าคุณภาพเขายินดีรับซื้อแน่นอน

             สำหรับโปรแกรมที่กรมส่งเสริมการเกษตรนำคณะศึกษาดูงาน ในงาน BeijingEXPO2019 ประกอบด้วย Thailand Pavilion (บ้านไทย) อาคารแสดงสินค้าและบริการข้อมูลประเทศไทย (บ้านไทย) สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด The Green Way of Life, the Thai Way of Sufficiency พื้นที่ 1,600 ตารางเมตร แสดงให้เห็นถึงการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับวิถีชีวิตของคนไทยและวัฒนธรรมไทย ผ่านบ้านไทยโบราณและสวนไทยด้วยแนวคิด “ซูเปอร์มาร์เก็ตรอบบ้าน” มีการเพาะปลูกพืชผัก ไม้ผล พืชสมุนไพร และไม้ดอกไม้ประดับที่หลากหลาย เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตสู่ตลาด

            อย่างไรก็ตามกิจกรรมภายใน Thailand Pavilion มีนิทรรศการหมุนเวียน 6 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 29 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2562 แสดงกล้วยไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ Theme : Warm Welcome…Wonderful ครั้งที่ 2 วันที่ 17 – 21 พฤษภาคม 2562 แสดงทุเรียนพันธุ์จันทบุรี 1 จันทบุรี 3 หมอนทอง มะม่วงพันธุ์แก้วศรีสะเกษ กระบวนการผลิตมาตรฐานของทุเรียน Theme : Thai Exotic Fruits, luxury taste ครั้งที่ 3 วันที่ 14 – 20 มิถุนายน 2562 แสดงผลไม้ มังคุด ทุเรียน ลำไย มะม่วงน้ำดอกไม้ ขนุน สับปะรด กล้วย มะละกอ Theme : Miracle Fruits Make Happy Life แนะนำมังคุด “ราชินีแห่งผลไม้” หรือ Queen of Fruits ให้ผู้ร่วมงานชาวจีนได้ชมและชิม พร้อมแสดงคุณประโยชน์และข้อมูลโภชนาการของผลไม้ไทย 

          ครั้งที่ 4 วันที่ 26 – 30 กรกฎาคม 2562 แสดงพืชผัก สมุนไพร ผลิตภัณฑ์แปรรูป Theme : Well-Being, Green Living ครั้งที่ 5 วันที่ 16 – 22 สิงหาคม 2562 แสดงผลไม้ต่าง ๆ ได้แก่ ลำไย มะพร้าว และมะม่วง Theme : Thai Fruit Thai Fresh ครั้งที่ 6 วันที่ 27 กันยายน – 7 ตุลาคม 2562 แสดงกล้วยไม้หลากหลายพันธุ์ อาทิ ปทุมมา หน้าวัว ไม้ตัดใบ พวงมาลัย และเครื่องประดับกล้วยไม้ เพื่อส่งเสริมการใช้ประโยชน์ Theme : Inspired-Exotic Thai Orchids : Amazing Exotic Thai Orchids นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมที่ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของประเทศไทยภาคต่าง ๆ การจัดนิทรรศการถาวร Thailand, Kitchen of The World ประเทศไทยครัวของโลก แสดงสินค้าพืชสวน สินค้าเกษตรแปรรูป สินค้า Thai Select ที่มีมาตรฐานและคุณภาพในการส่งออกต่างประเทศ เช่น เครื่องดื่มกล้วยผงสำเร็จรูป ข้าวเหนียวมะม่วงอบกรอบฟรีซดราย เป็นต้น

   

 

 จาก“แหล่งปลูกสู่ตลาด”ภาคการเกษตรจีน

               อลุ่ยฟู๋หลง ออแกนิกส์ ฟาร์ม (Lvfulong Organic Farm) ในเมืองเหยียนชิ่ง ปักกิ่ง ตั้งขึ้นในปี 2545 ผลิตผักอินทรีย์แบบครบวงจร ทั้งการปลูกพืชผักในโรงเรือนและนอกโรงเรือน การแปรรูปผัก จัดจำหน่าย รวมถึงเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีควบคุมแมลงศัตรูพืช มีผักอินทรีย์ที่ปลูกมากกว่า 30 ชนิด เช่น แตงกวา ผักชีฝรั่ง มะเขือเทศ ผักสลัดต่าง ๆ เป็นต้น

              เหอหม่า เฟรช (Hema Fresh) ร้านค้าปลีกของอาลีบาบาที่คิดค้นขึ้นเพื่อปฏิวัติรูปแบบการค้าปลีกของจีน เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตแนวใหม่ที่ผสมผสานการซื้อของทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน ลูกค้าสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าได้ ด้วยการใช้ Smart Phone สแกน QR Code ดูรายละเอียดสินค้าที่วางขายว่ามีกระบวนการผลิตและที่มาอย่างไร เมื่อเลือกซื้อสินค้าแล้วสามารถเลือกให้จัดส่งมาที่บ้านซึ่งอยู่ในรัศมี 3 กิโลเมตร แล้วรอรับภายใน 30 นาที

             สถาบันวิทยาศาสตร์เกษตรจีน เป็นหน่วยงานวิจัยเกี่ยวกับการเกษตรแห่งแรกในสาธารณรัฐประชาชนจีน มีการส่งเสริมและวิจัยเทคโนโลยีที่สำคัญ เช่น การเกษตรในสังคมเมือง การปลูกพืชไร้ดิน การปลูกผักในน้ำ Hydroponics การใช้แสง LED สวนในครัวเรือน เป็นต้น อีกทั้งยังพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและการออกแบบวางแผนพืชสวนทางการเกษตร จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

              ตลาดขายส่งซินฟาตี้ เป็นพื้นที่ค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรต่าง ๆ เช่น ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ ธัญพืช วัตถุดิบสินค้าทะเล ใบชา และเครื่องปรุงอาหาร ปัจจุบันมีขนาดพื้นที่ตลาดทั้งสิ้น 700 ไร่ มีมูลค่าการซื้อขายสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศและทวีปเอเชีย โดยผักผลไม้สดเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนสูงที่สุดและเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ