ข่าว

2 ตัวแสบ "หลอกซื้อดาวน์รถ" ตกเหยื่อนับ 100 ราย ส่งรถขายประเทศเพื่อนบ้าน

2 ตัวแสบ "หลอกซื้อดาวน์รถ" ตกเหยื่อนับ 100  ราย ส่งรถขายประเทศเพื่อนบ้าน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผู้เสียหาย กว่า 30 ราย ร้องกองปราบฯให้ติดตามจับกุมตัวมิจฉาชีพ "หลอกซื้อดาวน์รถ" ก่อนหนีหายไม่ส่งค่างวดต่อ พบข้อมูลลอบนำรถส่งขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน

26 ต.ค.2564  กลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 ราย รวมตัวกันนำเอกสาร หลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ให้ติดตามจับกุมตัวคนร้าย หลอกซื้อดาวน์รถยนต์ และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ กว่า 50 คัน  และยังลักทรัพย์ จากเจ้าของห้องเช่า และเพื่อนร่วมงานไปด้วย รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 20 ล้านบาท

2 ตัวแสบ "หลอกซื้อดาวน์รถ" ตกเหยื่อนับ 100  ราย ส่งรถขายประเทศเพื่อนบ้าน

 

นายฐากร ธัญธนสถิต อายุ 58 ปี  1 ใน ผู้เสียหายที่ประกาศขายดาวน์รถ โตโยต้า วีโว่ ปี 20 สีขาว ราคา 50,000 บาท ระบุว่า คนร้ายได้เข้าทักในโซเชียล ก่อนที่จะมาพูดคุยที่บ้านพัก เพื่อขอดูรถ แต่อ้างว่า คนร้ายยังมีภาระหนี้สินรถอยู่อีกจำนวนหนึ่งคัน จึงไม่สามารถที่จะเปลี่ยนสัญญาได้ในทันที จึงตกลงทำสัญญาผ่อนดาวน์ต่อผู้เสียหาย เดือนละ 12,392 บาท มีการชำระมาเพียง 2 เดือน กระทั่งวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกำหนดชำระงวดที่สาม ก็ไม่สามารถติดต่อกับคนร้ายได้ทุกช่องทาง ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าคนร้ายมีอาชีพเป็นอาจารย์ โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านราชวัตร ทำให้มีความน่าเชื่อถือ 

 

ด้านนายพรพจน์ อ้นพวง อายุ 33 ปี พนักงานไรเดอร์ ระบุว่า มีการโพสต์ขายดาวน์จักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอกซ์แมกซ์ ในราคา 3 หมื่น บาท เมื่อ 10 สิงหาคม 2563 และ คนร้ายก็ได้ติดต่อเข้ามา ซื้อดาวน์รถดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขจะส่งค่างวดต่อเดือนละ 4 พันบาท โดยคนร้ายได้ส่งค่างวดมาแล้ว 13 เดือน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2564 ก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้จึงเชื่อว่าถูกหลอก 

2 ตัวแสบ "หลอกซื้อดาวน์รถ" ตกเหยื่อนับ 100  ราย ส่งรถขายประเทศเพื่อนบ้าน

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เสียหาย ที่เดินทางมาร้องกองปราบฯ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง จากผู้เสียหายกว่า 100 ราย ที่ถูก หลอกซื้อดาวน์รถ  จึงอยากฝากเตือนประชาชนว่าการทำธุรกรรม ซื้อขายรถหรือทรัพย์สินต่างๆ ก็ ควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการส่งมอบทรัพย์สิน

 

สำหรับวิธีการติดตามรถของผู้เสียหาย มีการติดตามจากจีพีเอสของรถ และความเคลื่อนไหวของการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงนำข้อมูลต่างๆมาเชื่อมโยงกัน พบว่าจุดสิ้นสุดของรถอยู่ประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก และตะวันออก ล่าสุดสามารถสืบทราบแล้วว่ารถว่า  รถอยู่ในพื้นที่ต่างประเทศ จำนวน 5 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจะได้ติดตามรถกลับคืนมา  ขณะเดียวกันพบว่าคนร้ายทั้ง 2 ได้หลบหนีอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออก

 

 

logoline