"Vote No" : ไม้ตายพรรคเพื่อไทย !!

พรรคเพื่อไทยบอกว่าตอนนี้ไม่กังวลกับปัญหายุบพรรคแล้ว เพราะมั่นใจใน "ตัวช่วย" ที่ค้นพบ

 

                พรรคเพื่อไทยบอกว่าตอนนี้ไม่กังวลกับปัญหายุบพรรคแล้ว เพราะมั่นใจใน “ตัวช่วย” ที่ค้นพบ

                ตัวช่วยหนึ่งที่ปรากฏออกมาแล้ว คือ “พรรคสำรอง” คือ พรรคเพื่อธรรม และตัวช่วยล่าสุดที่เพิ่งแพลมออกมา คือ “เสียงโหวตโน”

                แต่ก่อนอื่นย้อนไปดูสาเหตุที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรคก่อน หลักๆ มี 2 กรณี คือ กรณีที่ทาง คสช.ไปแจ้งความดำเนินคดีกับ 8 แกนนำพรรคเพื่อไทยจากการแถลงข่าวในวันครบรอบ 4 ปี คสช.ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข 2.นายจาตุรนต์ ฉายแสง 3.นายชูศักดิ์ ศิรินิล 4.นายนพดล ปัทมะ 5.นายชัยเกษม นิติสิริ 6.นายภูมิธรรม เวชยชัย 7.พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ 8.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง

                ข้อหาที่น่ากังวลที่สุด คือความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 “ข้อหายุยงปลุกปั่น” ที่สามารถโยงไปถึงยุบพรรคได้

                กรณีที่สองคือ “ยุบพรรคเพราะทักษิณครอบงำ” อันเนื่องมาจากกติกาใหม่ของรัฐธรรมนูญใหม่ที่เพิ่งเขียนขึ้นมาเป็นครั้งแรก โดยมีกำหนดโทษไว้ทั้งสำหรับพรรคที่ปล่อยให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคมาครอบงำ และคนที่ไปครอบงำพรรค

                โทษต่อบุคคลที่ไปครอบงำมีถึงขั้นจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี ขณะที่โทษต่อพรรคขั้นรุนแรงคือยุบพรรค

 

"Vote No" : ไม้ตายพรรคเพื่อไทย !!

(อ่านต่อ...ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ !! ยุบพรรคเพื่อไทย เพราะ "ทักษิณ")

 

                ทั้งนี้หากพรรคเพื่อไทยถูกยุบ จะมี 2 กรณีคือ ถูกยุบพรรคแล้วยังสามารถย้ายไปสังกัดพรรคอื่นได้ไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง กรณีนี้สมาชิกพรรคสามารถย้ายไปสังกัด “พรรคเพื่อธรรม” และื่ลงสมัคร ส.ส.ได้

                แต่ถ้าแบบที่ถูกยุบแล้วเหลือเวลาไม่ถึง 90 วันถึงวันเลือกตั้งล่ะ?

                ถ้าแบบนี้ย้ายพรรคไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจะไม่สามารถลงสมัคร ส.ส.ได้ เนื่องจากเงื่อนไขข้อหนึ่งของการลงสมัคร ส.ส. คือ ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันถึงวันเลือกตั้ง

                มีการวิเคราะห์กันว่า “ไพ่ยุบพรรคเพื่อไทย” จะถูกหยิบออกมาใช้กรณีที่สถานการณ์พลิกผัน กระแสพรรคเพื่อไทยมาแรง หากปล่อยให้ลงสนามเลือกตั้งจะได้รับเลือกตั้งถล่มทลายได้เสียงเกินครึ่ง ซึ่งถ้าจะยุบพรรคเพื่อไทยก็คงไม่ยุบแล้วปล่อยให้ย้ายไปสังกัดพรรคอื่นแล้วลงสมัครได้

                เข้าทำนอง ตีงูก็ต้องตีตาย คงไม่มีการตีงูให้หลังหัก

                นั่นคือ ถ้าจะยุบ ก็ต้องยุบแล้วทำให้คนเพื่อไทยลงสนามเลือกตั้งไม่ได้ คือ ให้ใบแดงไล่ออกจากสนามไปเลย

                กรณีนี้แหละที่พรรคเพื่อไทยมองทางสู้ไปที่เรื่อง “โหวตโน”

                ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 92 กำหนดเอาไว้ว่า ถ้าเขตเลือกตั้งไหนที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใดได้รับคะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด หรือคะแนน “โหวตโน” ให้จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่และให้ กกต.รับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งใหม่ โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งเดิมทุกรายไม่มีสิทธิลงสมัครอีก

                ถือเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดเงื่อนไขนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญ

                แต่ก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ซะทีเดียว เพราะเคยมีการกำหนดเรื่องทำนองนี้ไว้ในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับปี 2541 และปี 2550 

                กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับปี 2541 หลังมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 กำหนดไว้ว่า ถ้าเขตเลือกตั้งใดมีผู้สมัครคนเดียว ผู้สมัครนั้นจะได้รับเลือกตั้งเมื่อได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น ถ้าไม่ได้ก็ต้องจัดเลือกตั้งใหม่

                กติกานี้แหละ ที่ก่อให้เกิดปัญหากับพรรคไทยรักไทยในการเลือกตั้งปี 2549 ที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชนบอยคอตการเลือกตั้ง เกิดกรณี “จ้างพรรคเล็ก” ลงเลือกตั้งเพื่อเลี่ยงเงื่อนไข 20 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

                กฎหมายเลือกตั้งปี 2550 มีการกำหนดเงื่อนไขเรื่อง “โหวตโน” เพิ่มเข้าไปด้วย คือ ถ้าเขตเลือกตั้งใดมีผู้สมัครคนเดียว ผู้สมัครจะได้รับเลือกตั้งก็ต่อเมื่อได้คะแนนไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น และมากกว่าจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง หรือ “โหวตโน” ถ้าไม่ได้ให้ประกาศรับสมัครเลือกตั้งใหม่

                นั่นคือ กติกาปี 2550 เข้มขึ้นกว่าปี 2540 คือ ต้องได้คะแนน 20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป และต้องไม่น้อยกว่าเสียงโหวตโน ปี 2550 ให้ประกาศรับสมัครใหม่ ปี 2540 ให้จัดเลือกตั้งใหม่โดยไม่รับผู้สมัครใหม่ 

                แต่ทั้ง 2 ฉบับก่อนหน้านี้จะเริ่มเงื่อนไขด้วยการเป็นผู้สมัครคนเดียว คือ ถ้ามีผู้สมัครมากกว่า 1 คน เงื่อนไขก็หมดไป

                แต่ครั้งนี้ไม่ว่าจะมีผู้สมัครกี่คนก็ไม่เกี่ยว แต่ถ้าไม่มีใครได้คะแนนมากกว่าเสียงโหวตโน ก็ต้องเลือกใหม่ แถมห้ามผู้สมัครเดิมลงสมัครอีก

 

"Vote No" : ไม้ตายพรรคเพื่อไทย !!

(อ่านต่อ..."โหวตโน" กับการเมืองไทย)

 

                แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยแนวคิดของพรรคว่า “ถ้ามีการยุบพรรคในช่วงที่เราไม่สามารถย้ายพรรคได้ คือเหลือเวลาไม่ถึง 90 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง เราก็คงลงสมัครไม่ได้ หากเสียงที่จะเลือกเราเปลี่ยนไปเป็นไม่เลือกใครหรือโหวตโน ก็คงมีเขตเลือกตั้งไม่น้อยที่ได้เสียงได้กว่าเสียงโหวตโน”

                นับเฉพาะพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยเคยครองอันดับหนึ่ง หรือดูง่ายๆจากการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559 ที่เสียงส่วนใหญ่ของภาคอีสานและภาคเหนือตอนบนโหวตไม่เอาด้วย ก็น่าจะสร้างความกังวลให้ฝ่าย คสช.ได้พอสมควร

                นี่คือ “ไม้ตาย” ที่เพื่อไทยจะหยิบมาใช้หากถูกไล่ออกจากสนาม !!

=================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

"Vote No" : ไม้ตายพรรคเพื่อไทย !!

(อ่านต่อ...พลิกกฎหมาย!! ยุบพรรคเพื่อไทย ไล่ออกจากสนาม ??)

 

"Vote No" : ไม้ตายพรรคเพื่อไทย !!

(อ่านต่อ...จับตา !! "โอ๊ค" ลงสนาม ตามรอย "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์")