โดยแฟนๆกีฬาความเร็วชาวไทยโดยเฉพาะแฟนคลับของ “มาร์ค มาร์เกซ” นักบิดชาวสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า คงมีความสุขกันถ้วนหน้าที่ได้เห็นนักบิดคนโปรดฉลองแชมป์โลกสมัย 8 ที่เมืองไทย 

 

 

     แต่เหนืออื่นใด ผลงานของนักแข่งชาวไทยอย่าง “สมเกียรติ จันทรา” หมายเลข 35 นักบิดหนุ่มจากค่าย เอ.พี.ฮอนด้า ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและติดตามยิ่งในระยะยาว โดยเฉพาะการที่เจ้าตัวได้รับการสนับสนุนจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ต้นสังกัดจากญี่ปุ่น ให้ลงแข่งขันรุ่น โมโตทู เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

'คิงคองก้อง'นักบิดไทยกับความภูมิใจในเวทีระดับโลก

      สมเกียรติ จันทรา ชื่อนี้แฟนความเร็วสองล้อในบ้านเราย่อมคุ้นหูกันอย่างดี เพราะนี่คือเด็กหนุ่มที่ได้รับการสนับสนุนโดย เอ.พี.ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ของเมืองไทย ที่เห็นแววความเก่งกาจก่อนนำมาปลุกปั้น ผลักดันออกไปสร้างชื่อในรายการระดับเอเชีย จนคว้าแชมป์ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ปี 2016 อันเปรียบเสมือนใบเบิกทางชั้นดีก่อนได้รับโอกาสจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ทีมแข่งในการแข่งขันระดับ โมโตทู ที่เห็นแววความสามารถก่อนดึงมาเป็นนักแข่งประจำทีมแบบเต็มตัวในปี 2019

     แม้จะเป็นปีแรกที่ถูกยกระดับมาแข่งรายการระดับโลก แต่ “คิงคองก้อง” ก็มีผลงานชนิดที่ต้นสังกัดอย่าง อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย พึงพอใจ โดยเก็บแต้มไปแล้ว 5 สนาม ตั้งแต่ อารากอน, เช็ก, ออสเตรีย, ซาน มาริโน่ และล่าสุดกับโฮมเรซที่เมืองไทย ซึ่ง สมเกียรติ แสดงฝีมือในวันชิงชนะเลิศด้วยการบิดแซงคู่แข่งทีละคันจนขึ้นมารั้งอันดับ 8 แม้จะพลาดเสียตำแหน่งในช่วงรอบหลังแต่สุดท้ายเจ้าตัวก็บิดคันเร่งจบอันดับ 9 เท่ากับปีที่แล้ว ถือว่าได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรกก่อนแข่งที่สนามช้างฯ คืออันดับท็อป 10

'คิงคองก้อง'นักบิดไทยกับความภูมิใจในเวทีระดับโลก
 

 

 

     ฝีมือและความสามารถของ สมเกียรติ จันทรา ชัดเจนแล้วว่าไม่เป็นสองรองใครเลยในระดับโลก แถมยังขับขี่สู้กับนักบิดจากยุโรปที่มีประสบการณ์ช่ำชองบนสังเวียน โมโตทู อย่างสมศักดิ์ศรี จึงไม่น่าแปลกใจที่ ดอร์น่า ผู้จัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ยกให้เจ้าตัวเป็นนักบิดหนุ่มจากเอเชียที่มีพัฒนาการน่าสนใจและน่าจับตามองในอนาคต เช่นเดียวกับ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่มอบของขวัญก่อนวันชิงชนะเลิศ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ ปรีซ์ ให้กับนักบิดหนุ่มวัย 20 ปี ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ เป็นนักแข่ง โมโตทู ปี 2020 อย่างเป็นทางการ

'คิงคองก้อง'นักบิดไทยกับความภูมิใจในเวทีระดับโลก

     “ตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้โอกาสลงแข่ง โมโตทู อีกครั้งในฤดูกาล 2020 กับทีม “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” เป้าหมายของผมคือจะพยายามแสดงฝีมือแบบสุดความสามารถเพื่อคว้าโพเดียมมาครองให้ได้ และผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อแฟนๆ ชาวไทยทุกคนที่คอยเชียร์ผมอยู่เสมอ” สมเกียรติ เปิดใจหลังจากได้รับการยืนยันเป็นนักแข่ง โมโตทู ฤดูกาล 2020 กับ อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย อย่างเป็นทางการ

     ด้วยวัยเพียง 20 ปี ในวงการนักบิดถือว่ายังมีโอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาฝีมือการขับขี่ได้ขึ้นไปอีกในอนาคต แน่นอนว่าเป้าหมายของ สมเกียรติ จันทรา ในปี 2020 คือตำแหน่งโพเดียมอันเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีนักบิดชาวไทยคนไหนทำได้มาก่อนในการแข่งขันระดับโลก เวิลด์ จีพี และหากเจ้าตัวทำสำเร็จ โอกาสที่แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตชาวไทย จะได้เห็นนักแข่งสัญชาติไทย 100% ขึ้นไปแสดงฝีมืออย่างเฉิดฉายเต็มภาคภูมิใจ ในการแข่งขันชั้นสูงสุดของโลกอย่าง “โมโตจีพี” ก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ตามโรดแมปที่ เอ.พี.ฮอนด้า วางไว้ในชื่อโครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม”

'คิงคองก้อง'นักบิดไทยกับความภูมิใจในเวทีระดับโลก

     ทั้งนี้ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” สปริตไทย ท้าทายสู่ฝัน คือแผนยุทธศาสตร์ที่ เอ.พี.ฮอนด้า กำหนดไว้ใช้เพื่อพัฒนานักแข่งสัญชาติไทย 100% ก่อนผลักดันสู่การแข่งขันระดับโลก โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การพานักแข่งไทย เข้าไปวาดลวดลายในศึกชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ให้สำเร็จภายในปี 2025 โดยมี “คิงคองก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 เป็นนักบิดแม่ทัพหลัก รวมถึงนักแข่งรุ่นน้องรายอื่นๆ ที่กำลังเร่งยกระดับศักยภาพของตัวเองตามกันมา โดยหาก สมเกียรติ ยังรักษามาตรฐานผลงานที่ดีแบบนี้ต่อไปและทำให้ดียิ่งขึ้นได้กว่านี้ การจะได้เห็นนักแข่งไทยในศึก โมโตจีพี อันเป็นเวทีสูงสุดของเหล่านักบิดทั่วโลก คงไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน หรือ เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นนักแข่งไทยในสนามระดับโลก “โมโตจีพี”

'คิงคองก้อง'นักบิดไทยกับความภูมิใจในเวทีระดับโลก