25 พ.ค.63 นายกมลภพ วีระพละ รองกรรมการผู้จัดการ และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับ สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ จัดทำเว็บไซต์ http://www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน .com  มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น การรวบรวม และเป็นช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลมาตรการด้านการเงินของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าประชาชนและกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ตรงความต้องการของลูกค้า ประชาชนและผู้ประกอบการ
 

                                               ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยนายปริญญา พัฒนภักดี ประธานกรรมการธนาคาร จึงได้มีนโยบายอย่างเร่งด่วนให้ ธอส. ในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสมาคมสถาบันการเงิน ของรัฐ ร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในการพัฒนา Website ดังกล่าว โดยได้วางโครงสร้างการออกแบบเว็บไซต์ เน้นความสะดวกและง่ายต่อการสืบค้นหาข้อมูลมาตรการด้านการเงินต่าง ๆ โดยสามารถเลือกค้นหาได้ทั้งตามสถาบันการเงินของรัฐแต่ละแห่ง ประกอบด้วย

1.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

                                     ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

2.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

                                                ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

3.ธนาคารออมสิน

                                                             ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

4.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)   

                                                         ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

5.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)

                                                          ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

6.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)

                                                      ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

7.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

                                                     ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

8.บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) 

                                                             ก.คลังเปิดตัว "www.เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน.com" รวมทุกมาตรการเยียวยาด้านการเงิน ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง

 

9.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

 

และเลือกตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการความช่วยเหลือ ได้แก่

1.เกษตรกรและ SMEs เกษตรกร

2.ประชาชนฐานรากและบุคคลทั่วไป

3.ผู้ประกอบการ SMEs

4.ผู้ประกอบการนำเข้า – ส่งออก และ

5.Non-Bank

ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ยังมีการจัดกลุ่มตามการช่วยเหลือเป็นด้าน ได้แก่ พักชำระเงินต้น/ดอกเบี้ย ลดอัตราดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ หรือเติมสินเชื่อใหม่ให้เพิ่มเติมอีกด้วย

ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการเงินให้กับประชาชน และผู้ประกอบการ ตลอดจนสนับสนุนแหล่งเงินให้กับประชาชน และผู้ประกอบการให้มีสภาพคล่องหรือมีเงินทุนไปใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบของปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเงื่อนไขในแต่ละมาตรการนั้นจะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งเป็นผู้พิจารณาอนุมัติตามความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ลูกค้า ประชาชน และผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถเข้าดูข้อมูลเว็บไซต์ดังกล่าวได้ทาง http://www. เราไม่ทิ้งกัน-ด้านการเงิน .com หรือ เข้าทางเว็บไซต์ของสมาคมสถาบันการเงินของรัฐhttp://www.gfa.or.th

นอกจากนี้ ยังสามารถคลิกแบนเนอร์ผ่านหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และเว็บไซต์ของสถาบันการเงินของรัฐทุกแห่ง โดยเมื่อลูกค้าประชาชนหรือผู้ประกอบการสนใจเลือกใช้มาตรการใดได้แล้วสามารถคลิกลิงค์เข้าไปยังเว็บไซต์ของสถาบันการเงินของรัฐที่สนใจเพื่อดูรายละเอียดมาตรการและติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ เป็นการอำนวยความสะดวกและเป็นการลดความเสี่ยงจากการที่ต้องเดินทางไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ด้วย สำหรับช่องทางการเข้าสืบค้นหาข้อมูลมาตรการด้านการเงินดังกล่าว สามารถเข้าดูได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป