27 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19. ) หรือ ศบค. ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2563 เรื่องการจัดโครงสร้างของศบค.  

 

ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 นั้นเพื่อเป็นการจัดโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่และเพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 วรรคห้า แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกอบด้วย ข้อ 4(3) ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มี.ค. พ.ศ.2563

 

นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 จึงมีคำสั่งให้ศบค. มีการจัดโครงสร้างภายใน โดยมีการจัดโครงสร้างดังนี้ 1.สำนักงานเลขาธิการ มีรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ที่นายกฯมอบหมายเป็นหัวหน้าสำนักงาน 2.สำนักงานประสานงานกลาง ให้เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เป็นหัวหน้าสำนักงาน

 

3.ศูนย์ปฎิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหัวศูนย์ 4.ศูนย์ปฎิบัติการด้านมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าศูนย์ 5.ศูนย์ปฎิบัติการกระจายหน้ากาก และเวชภัณฑ์สำหรับประชาชน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นหัวหน้าศูนย์

 

6.ศูนย์ปฎิบัติการควบคุมสินค้าให้ปลัดพาณิชย์เป็นหัวหน้าศูนย์  7.ศูนย์ปฎิบัติการมาตรการเดินทาง เข้า ออกประเทศ และดูแลคนไทยในต่างประเทศ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าศูนย์ 8.ศูนย์ปฎิบัติการด้านการสื่อสารโทรคมนาคม และสื่อสังคมออนไลน์ ให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหัวหน้าศูนย์

 

9.ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าศูนย์ และ 10.ศูนย์ปฎิบัติการด้านข้อมูล มาตรการแก้ไขปัญหาจากติดเชื้อโควิด-19 ให้ปลัดสำนักนายกรัฐนตรี เป็นหัวหน้าศูนย์

 

โดยทั้ง 10 ศูนย์ จะต้องรายงานให้ นายกฯในฐานะ ผอ.ศูนย์ได้รับทราบ และ นายกฯในฐานะผอ.ศูนย์ สามารถปรับปรุงโครงสร้างได้ นอกจากนี้ ผอ.ศูนย์ยังสามมารถแต่งตั้งบุคคล เป็นคณะที่ปรึกษา ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย ด้านธุรกิจ และด้านอื่นๆ อีก ตามสมควร  


              
ขณะที่การประชุมศบค.ที่ก่อนหน้านี้นายกฯให้มีการประชุมทุกวันในช่วงนี้เพื่อประเมินสถานการณ์และติดตามงานนั้น สำหรับวันเสาร์ -อาทิตย์ นี้ จะไม่มีประชุมศบค. แต่จะมีแถลงข่าวเวลา 11.00 น. โดยโฆษกศูนย์ฯ