royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

วิศวกรกรมทางหลวงขอความเป็นธรรมไม่เกี่ยวกยท.เอื้อ3บริษัท

วันที่ 8 สิงหาคม 2562 - 13:31 น.
ขอความเป็นทำ,กรมทางหลวง,กยท
Shares :
เปิดอ่าน 3,142 ครั้ง

วิศวกรกรมทางหลวงขอความเป็นธรรมไม่เกี่ยวกยท.เอื้อ3บริษัท ระบุส่งตรวจผิดขั้นตอน เตือนแล้วไม่ฟังทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

          วิศวกรกรมทางหลวง​ร้องขอความเป็นธรรม ถูกฟ้องคดีเอื้อ 3 บริษัทค้าน้ำยางพาราทำถนน ชี้ กยท.ส่งตรวจผิดขั้นตอน เตือนแล้วไม่ฟัง ทำให้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี พร้อมระบุหาก 3 บริษัทเอาตัวอย่างน้ำยางส่งกรมทางหลวงตรวจไม่น่าผ่านมาตรฐานการรับรอง

          กรณี น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์  และ น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ กรรมการบริษัท เอส.พี. ก่อสร้างรุ่งเรืองจำกัด ฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อเอาผิดข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 10 คน ในกรรมการพิจารณาการรับรองมาตรฐานวัสดุนายางพาราผสมสารผสมเพิ่มและสารผสมเพิ่ม สำหรับการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157  ที่พิจารณาการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางฯ เอื้อให้กลุ่มทุน 3 บริษัทผูกขาดขายน้ำยางทำถนนดินผสมยางพารา อาจเข้าข่ายล็อคสเป็ก
 
          ล่าสุด นายพรหมมา เทพศรีหา วิศวกรโยธาเชี่ยวชาญ ส่วนวิเคราะห์วัสดุทางวิศวกรรม สำนักวิเคราะห์และตรวจสอบ กรมทางหลวง ในฐานะอนุกรรมการพิจารณาเอกสารการรับรองมาตรฐานวัสดุน้ำยางพาราฯ หนึ่งในข้าราชการที่ถูกฟ้องดำเนินคดี ออกมาชี้แจงขอความเป็นธรรมว่าในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการรับรองมาตรฐานฯ ครั้งที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 ตนเองได้โต้แย้งว่าการไปเก็บตัวอย่างน้ำยางพารา ไม่เป็นไปตามประกาศเรื่องหลักเกณฑ์เฉพาะ และขั้นตอนตามคู่มือการปฏิบัติงานการควบคุมคุณภาพและรับรองมาตรฐานวัสดุสำหรับงานก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ (ยางพารา) โดยคณะกรรมการฯ ที่ร่วมประชุมในวันดังกล่าวทราบดี  แต่กรรมการที่เกี่ยวข้องกับการเก็บตัวอย่างอ้างว่าที่ส่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เพราะห้องปฏิบัติการกรมทางหลวง ไม่พร้อม  ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการยังไม่ได้ส่งหนังสือมาสอบถามเรื่องความพร้อมของห้องปฏิบัติการทดสอบของกรมทางหลวงแต่อย่างใด

          นายพรหมมา กล่าวอีกว่า ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่ไม่ส่งตัวอย่างตรวจที่กรมทางหลวง ซึ่งความพร้อมของอุปกรณ์, ขั้นตอนการทดสอบทางวิศวกรรมที่มีมาตรฐาน และบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในเรื่องวัสดุที่ทำถนน  แต่ไปใช้ มทส. อาจมีเจตนาช่วยเหลือผู้ประกอบการบางกลุ่มบางราย ให้ผ่านการทดสอบ  นอกจากนี้การออกไปตรวจกระบวนการและเก็บตัวอย่างโดยพละการเอง ไม่แจ้งอนุกรรมการชุดที่ 1 อาจเนื่องจากต้องการที่จะปกปิดกรรมการคนอื่น กรณีที่บริษัททั้ง 3 คือคือ บริษัท โพลิเมอร์ อินโนเวชั่น จำกัด, บริษัท สยามนวกรรม จำกัด และ บริษัท ไทยอีลาสโตพลาส จำกัด มีสำนักงานและโรงงานอยู่ที่เดียวกัน

          นายพรหมมา ยังบอกว่า จากการตรวจเอกสารรายงานผลการทดสอบแล้ว พบว่ามีพิรุธ น่าสงสัย เกี่ยวกับกระบวนการตรวจทดสอบทางวิศวกรรม ว่าการออกแบบส่วนผสม (Job Mix Formula หรือ JMF) ในครั้งแรก ต้องทดสอบหา Atterberg Limits ขนาดคละ ทำการบดอัดทำก้อนตัวอย่างเพื่อหาปริมาณน้ำหรือความชื้นที่เหมาะสม (OMC), บดอัดทำก้อนตัวอย่างเพื่อหาปริมาณปูนซีเมนต์ (ต้องบ่ม 7 วัน) และ นำปริมาณปูนซีเมนต์ที่ได้มาผสมบดอัดทำก้อนตัวอย่างเพื่อหาปริมาณน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มที่เหมาะสม (ต้องบ่ม 7 วัน)  แล้วนำปริมาณปูนซีเมนต์ และน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มที่ได้ มาผสมบดอัดทำก้อนตัวอย่างเพื่อทำก้อน ต้องบ่ม 7 วัน  จึงทดสอบ UCS, ITS และ RM ซึ่งต้องใช้เวลาระหว่าง 20-30 วัน  แต่จากผลการออกแบบส่วนผสมในครั้งแรก รวมทั้งการทดสอบทางวิศวกรรมของ มทส. ใช้เวลาเพียง 8 - 9 วัน (วันที่ 23 มีนาคม – 2 เมษายน 2562) เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามหลักทางวิศวกรรม แล้วผลที่ออกมาทั้งหมดจะถูกต้องได้อย่างไร  เชื่อว่า หากนำตัวอย่างน้ำยางผสมสารฯ ของผู้ที่ผ่านการทดสอบทั้ง 3 รายข้างต้น มาทำการทดสอบทางวิศวกรรม ตามมาตรฐานวิธีการทดสอบทางวิศวกรรม (ตามที่กำหนดตามคู่มือฯ) ที่กรมทางหลวง หรือที่ห้องทดลองของมหาวิทยาลัยอื่นซึ่งได้ทราบมาว่าสามารถทดสอบได้ น่ามีผลการทดสอบที่แตกต่างจากของ มทส. และอาจไม่ผ่านการทดสอบเลยก็ได้

          "สำหรับมติต่าง ๆ ที่ปรากฏในรายงานการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาฯ ไม่ได้มีการโหวต หรือให้ผู้โต้แย้งหรือคัดค้านทำหมายเหตุไว้  โดยทุกครั้งรายงานการประชุมจะจัดทำโดย น.ส.สุภิญญา โคตรมา หัวหน้ากองมาตรฐานอุตสาหกรรมยาง การยางแห่งประเทศไทย กรรมการและเลขานุการ (รวมทั้งเป็นอนุกรรมการและเลขาอนุกรรมการทุกชุดด้วย)   ซึ่ง น.ส.สุภิญญาฯ จะทำรายงานในลักษณะสรุปมติโดยไม่มีรายละเอียด หรือมีแต่บางส่วน  ทั้งที่กรรมการบางคนหรือข้าพเจ้าโต้แย้งไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้หมายเหตุไว้ ส่วนสาเหตุที่ผลการทดสอบของ บ.เอส.พี.ฯ ไม่ผ่าน เพราะคณะกรรมการให้ทำก้อนตัวอย่างทดสอบโดยใช้น้ำยางฯ ลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง จากที่ใช้ประมาณ 4 ลิตรต่อ 1 ตารางเมตร ความหนาชั้นทาง 15 ซ.ม. กลับใช้น้ำยาง 2 ลิตรต่อตารางเมตร (ตามที่ราคากลางกำหนด) ซึ่งโรงงานผู้ผลิตจะต้องปรับสูตรน้ำยางใหม่แล้วเก็บตัวอย่างใหม่ก่อนมาทำก้อนตัวอย่างทดสอบ แต่ทางคณะกรรมการฯ ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงงานทราบจึงไม่ได้มีการปรับสูตรน้ำยางใหม่ และคณะกรรมการไม่ได้มาเก็บตัวอย่างน้ำยางใหม่ แต่กลับใช้ตัวอย่างน้ำยางเดิมมาทำก้อนตัวอย่างทดสอบ จึงทำให้ผลการทดสอบไม่ผ่าน แต่เมื่อสอบถามไปยังรองผู้ว่าการยางท่านหนึ่ง กลับได้คำตอบว่า แจ้งแล้ว แต่ในความเป็นจริง คือ ไม่มีหลักฐานหรือหนังสือใดแจ้งให้ทางโรงงานได้ทราบ" นายพรหมมา กล่าว

          นายพรหมมา กล่าวด้วยว่า จากที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น คณะกรรมการฯ บางคนได้มีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์เฉพาะฯ, คู่มือการปฏิบัติงานฯ โดยเจตนาและจงใจ จนผู้ประกอบการรายอื่นไม่ผ่านการทดสอบ, หลังจากมีการออกใบรับรองฯ ก็มีข่าวว่ามีการทำหนังสือเวียนหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยไม่กระทำตามระเบียบงานสารบรรณ และไม่ใช่หน้าที่ของตน  จนทำให้หน่วยงานราชการบางหน่วยได้ออกข้อกำหนดขอบข่ายงาน (TOR) เพื่อให้ผู้เสนอราคาในโครงการทำถนนดังกล่าว ต้องซื้อน้ำยางผสมสารผสมเพิ่มฯ จากบริษัทที่ได้รับการรับรองฯ ในราคาสูง  ในลักษณะผูกขาด ทำให้ไม่เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม  เกิดการสมยอมราคากันระหว่างผู้เสนอราคา อันทำให้รัฐและประชาชนอื่นได้รับความเสียหาย

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ