ฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วันส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาภูพานไหลทะลักเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรที่ติดหนองหารอยู่ปลายปากระบายน้ำจากลำน้ำพุงเสียหาย พื้นที่กว่า 3,000 ไร่ หากน้ำไม่ลดใน 1 สัปดาห์ต้นข้าวที่ปลูกไว้ต้องยืนต้นตายทั้งหมด คาดพื้นที่การเกษตรอาจเสียหายเพิ่มอีกกว่าหมื่นไร่
 
          3 ก.ค. 54 จากสถานการณ์ฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมในหลายพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำต่างกว่า 30 แห่งในจังหวัดสกลนคร  ปัจจุบันปริมาณน้ำในทะเลสาบหนองหาร ระดับน้ำกักเก็บ 200.331 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนน้ำพุง ระดับน้ำกักเก็บกัก  71.327 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนน้ำอูนเพิ่มขึ้นอีก 2 เปอร์เซ็นต์ คือ 138.530 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ส่วนปริมาณน้ำโดยรวมจากทุกแห่ง คือ 475.285 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 44.40 เปอร์เซ็นต์
 
          ล่าสุดน้ำป่าที่ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาภูพานที่ระบายน้ำลงสู่พื้นราบที่ริมทะเลสาบหนองหาร ไหลเอ่อเข้าท่วมนาข้าวและพืชไร่ด้านการเกษตรเสียหายแล้วในหลายพื้นที่   โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลเหล่าปอแดง ตำบลดงชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร บริเวณบ้านดอนยาง บ้านท่าวัดเหนือ-ใต้ บ้านดงชน บ้านเหล่าแมด น้ำสูงประมาณ 50 -70 ซม. ต้นกล้าที่เกษตรกรปักดำเพิ่งแล้วเสร็จได้รับความเสียหายทั้งหมด บริเวณบ้านดอนยาง  มีระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร บางช่วงมีระดับน้ำสูงถึง 1 เมตร เกษตรกรปลูกข้าวจึงทำได้เพียงนั่งมองไร่นา และต้นข้าว  รวมถึงพืชผลด้านการเกษตร อาทิ ต้นมะละกอ ต้นกล้วยที่จมอยู่ใต้น้ำด้วยความเศร้า  เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ทำนาในพื้นที่นี้ได้ปีละ 1 ครั้ง และเงินลงทุนที่นำมาทำนาก็กู้มาจาก ธกส. 
 
          นายทองดี ศรีบุตรดี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 บ้านดงชน หมู่ 2 ตำบลดงชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม พื้นที่ปลูกข้าวกว่า 10 ไร่เสียหาย กล่าวว่า น้ำป่าได้หลากลงมาสู่ที่นา จึงต้องเก็บสิ่งของหนีน้ำ พืชไร่บางส่วนที่สามารถเก็บไปขายก็ต้องรีบทำดีกว่าปล่อยให้เน่าเสียหาย แต่หากภายใน 1 สัปดาห์น้ำยังไม่ลด ต้นกล้าข้าวเหนียวและข้าวเจ้าที่ปลูกไว้ทั้งหมดคงต้องยืนต้นตาย เงินลงทุนกว่า 1 หมื่นบาทก็ต้องหายไปด้วย ทำให้มีหนี้สินในชั่วพริบตา