Kom Lifestyle

ตาไม่สู้แสง หนึ่งอาการสำคัญของคนปวดศีรษะ “ไมเกรน”

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

หากคุณมีอาการ"ตาไม่สู้แสง" ไม่ทนต่อแสง และมีอาการปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง ให้สงสัยไว้ว่าอาจป่วยเป็น “ไมเกรน”

          "ไมเกรน"โรคยอดฮิตคนทำงานที่ทำให้หลายคนมีอาการปวดหัวข้างใดข้างหนึ่ง และลักษณะอาการเฉพาะที่สำคัญของไมเกรน คือ มักจะปวดหัวตุ๊บๆ ปวดรุนแรง ปวดติดต่อกัน 4 - 72 ชม. มักปวดศีรษะข้างเดียว หรือย้ายข้างไปมา บางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย และยิ่งมักจะมีอาการมากขึ้นเมื่อมีสิ่งเร้าต่างๆ  เช่น การขยับศีรษะ การมองเห็นแสงจ้า อยู่ในที่อากาศร้อน หรือเย็นจัด และมีเสียงดัง

 

           ไมเกรน คือ โรคของระบบการรับความรู้สึกของเส้นเลือดไวผิดปกติ ที่ทำให้มีอาการปวดหัวเรื้อรัง และในบางคนแม้จะกินยาพาราเซตามอลก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น เพราะร่างกายชินกับยาหรือดื้อยา ทำให้ต้องเพิ่มความรุนแรงของฤทธิ์ยามากขึ้น   สาเหตุของไมเกรนเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเกร็งตัวของกล้ามเนื้อในระหว่างวัน หรืออาจเกิดจากโรคร้ายที่ซ่อนอยู่ภายในสมอง เช่น หลอดเลือดสมองตีบ เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง เป็นต้น

 

 

ตาไม่สู้แสง หนึ่งอาการสำคัญของคนปวดศีรษะ “ไมเกรน”

 

ปวดศีรษะไมเกรน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มที่ไม่มีอาการเตือน (Migraine without Aura) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบได้มากที่สุดในคนปวดศีรษะไมเกรน
  • กลุ่มที่มีอาการเตือน (Migraine with Aura) คนที่เป็นไมเกรนกว่า 1 ใน 3 จะมีอาการเตือนก่อนจะเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน โดยมักจะกินระยะเวลาประมาณ 5 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

อาการเตือน (aura) แบบนี้ ที่เกิดขึ้นก่อน “ปวดศีรษะไมเกรน”  ได้แก่ มีการมองเห็นผิดปกติ เห็นแสงไฟกระพริบ มองเห็นภาพต่างๆ เป็นจุดหรือเป็นเส้นซิกแซก หลับตาแล้วยังเห็นได้อยู่

          คนที่เป็นไมเกรนบางราย จะมีอาการชารู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ มาจิ้ม ประสาทสัมผัสไม่สามารถรับรู้ได้ชั่วคราว อาจมีอาการจากส่วนปลายนิ้ว เคลื่อนไปยังแขนหรือใบหน้า อาจมีอาการชาที่มือ-แขน หรือชารอบปากได้  บางคนยังมีอาการปวดโพรงตา หรือมีอาการปวดไซนัสร่วมด้วยได้

 

ตาไม่สู้แสง พบในผู้ป่วยไมเกรนมาก

          มักพบว่าผู้ป่วยไมเกรนกว่า 80% มีภาวะ “ตาไม่สู้แสง” โดยภาวะนี้จะเริ่มจากประสาทตาส่งสัญญาณไปยังสมอง ทำให้ไม่สามารถทนต่อแสงได้ โดยเฉพาะแสงจ้า เช่น แสงแดด หรือแสงแฟลช ฉะนั้นคนที่เป็นไมเกรนควรหลีกเลี่ยงแสงจ้าได้ด้วยวิธีนี้

  • ใช้ผ้าม่านกันแสงปิดหน้าต่าง เพื่อป้องกันแสงแดดลอดผ่านเข้ามาในห้อง
  • ไม่ใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรือหลอดนีออน เพราะแสงจากหลอดไฟชนิดนี้อาจทำให้เกิดอาการไมเกรนในผู้ป่วยบางรายได้
  • ปรับความสว่างของจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้สว่างเกินไป และปรับมุมองศาของจอเพื่อลดการสะท้อนของแสง
  • ติดตั้งไฟให้ห่างจากบริเวณที่อาจเกิดการสะท้อนของแสงจ้าได้ เช่น ติดให้ห่างจากกระจก

 

 

          ปัจจุบันยังไม่สามารถการรักษาไมเกรนให้หายขาดได้ ทำได้เพียงการควบคุมด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการใช้ยาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนที่เป็นบ่อยๆ เช่นเดือนหนึ่งเป็น 2 ครั้ง หรือมากกว่า คุณหมอมักจะแนะนำให้กินยาป้องกัน ที่ต้องกินทุกวันเพื่อลดความถี่ และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะ

 

 

ตาไม่สู้แสง หนึ่งอาการสำคัญของคนปวดศีรษะ “ไมเกรน”

 

 

          เลี่ยงปัจจัยกระตุ้น...ช่วยลดการเกิดไมเกรน ไม่เพียงแค่แสงจ้าที่ผู้ป่วยไมเกรนควรหลีกเลี่ยง แต่ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ดังๆ เช่น คอนเสิร์ต รวมทั้งให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีน เช่น กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการไมเกรนถี่ๆ และรุนแรงมากยิ่งขึ้น

          สำหรับใครที่มีอาการปวดไมเกรน ควรหยุดพักในห้องที่มืดอากาศเย็นและเงียบสงบ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 10 - 20 นาที ควรทานยาแก้ปวด แต่ควรเป็นยาที่จ่ายโดยแพทย์ ไม่ใช่ยาที่ซื้อกินเอง เพราะการซื้อยาไมเกรนกินเองติดต่อกันนานๆ อาจก่อให้เกิดภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยา ซึ่งส่งผลให้มีอาการลุกลามรุนแรงมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน