ชงแก้ม.44 คืนอำนาจผอ.สพท.

“บุญรักษ์”เผยชงแก้คำสั่งคสช.ผุด 2 บอร์ดบูรณาการศึกษา-บริหารบุคคล มีผู้ว่าฯประธาน และคืนอำนาจสพท.ลงนามแต่งตั้ง แต่กศจ.พิจารณา ด้าน ชร.ผอ.สพท.ชี้แนวทางทยอมรับได้

       ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ให้แก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่19 / 2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ข้อ 13 ที่ระบุให้อำนาจการบรรจุแต่งตั้งตามมาตรา 53 (3)และ(4) ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ให้แก่ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.)โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)จากเดิมที่เป็นอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) เพื่อเป็นการปลดล็อกปัญหาทีทำให้เกิดความขัดแย้งในการทำงานนี้

        เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 60- ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า นพ.ธีระเกียรติ ได้มอบหมายให้ตนเองนฐานะกำกับดูแล สพท. นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.กำกับดูแล กศจ.ไปหารือร่วมกับเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) และคณะทำงานด้านกฎหมาย ได้ข้อสรุปว่าเพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานด้านการศึกษาในพื้นที่อย่างแท้จริง จะเสนอให้มีคณะกรรมการในจังหวัด 2 ชุด คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษาของจังหวัด ซึ่งจะบูรณาการทุกภารกิจที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กทุกสังกัด และคณะกรรมการด้านการบริหารงานบุคคลซึ่งจะให้ผอ.สพท.ทุกคนในจังหวัดร่วมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นประธานของทั้ง2บอร์ดดังกล่าว

       “ส่วนกรณีความขัดแย้งเรื่องอำนาจตามมาตรา 53 ในการเสนอแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.จะให้คืนอำนาจดังกล่าวให้ ผอ.สพท.และผอ.ร.ร.เป็นผู้ลงนามตามอำนาจหน้าที่ แต่การพิจารณาอนุมัติยังคงเป็นอำนาจของ กศจ. อย่างไรก็ตาม หาก สพท.เห็นว่า กศจ.อนุมัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ สพท.ก็มีสิทธิ์ไม่ลงนามได้ เป็นการคานอำนาจซึ่งกันและกัน เรียกว่าเป็นการใช้อำนาจคู่ เพราะฉะนั้นหากจะมีความเห็นที่แตกต่างก็จะต้องพูดคุยหารือกันในบอร์ดบริหารงานบุคคลให้ได้ข้อยุติก่อน เนื่องจากจะมีทั้ง2ฝ่ายร่วมเป็นกรรมการอยู่ ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้การดำเนินการทุกอย่างรวดเร็วขึ้น”ดร.บุญรักษ์ กล่าว 

      ดร.บุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า การเสนอแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ครั้งนี้ เพราะ รมว.ศธ.ได้เก็บข้อมูลมาแล้ว ว่า1 ปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ก็พบว่ามีหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข ไม่เฉพาะปัญหามาตรา 53 เท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่นอีก เช่นกรณี บอร์ด กศจ.ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานที่ผ่านมีหลายจังหวัดที่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาในจังหวัดได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เนื่องจากมีบอร์ดใหญ่บอร์ดเดียวแต่ต้องดูแลทุกด้าน ทำให้ต้องเสนอแก้ปัญหาโดยการแยกเป็น 2 บอร์ด เพื่อให้เดินหน้าไปได้ คือ บอร์ดด้านการศึกษากับบอร์ดด้านบริหารงานบุคคล เพราะสิ่งที่เราคิด คือ เพื่อให้มีการพัฒนาไปกว่าเดิม และเพื่อให้งานเดินหน้าไปได้

      “ที่ต้องใช้อำนาจคู่ในการบริหารงานบุคคลเพราะ สพฐ. มีคนจำนวนมาก ซึ่งเดิมเป็นอำนาจของ กศจ. ในการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย ลงโทษ การพิจารณาเลื่อนเงินเดือน แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพื่อความคล่องตัว รวดเร็ว ก็ให้เป็นอำนาจของ สพท. แต่เพื่อไม่ให้ผอ.สพท. ใช้อำนาจเดี่ยว จึงต้องให้ กศจ. เป็นผู้อนุมัติ เพื่อให้เกิดเป็นความเป็นธรรม และเป็นการคานอำนาจเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลให้สังคมยอมรับ

       ด้าน นายธนชน มุทาพร ประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) กล่าวว่า ขอดูรายละเอียดร่างแก้ไขคำสั่ง คสช.ฉบับของ ศธ.ก่อน ถ้าเป็นไปตามที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พูดจริง ก็เป็นสิ่งที่รับได้และ ชร.ผอ.สพท.จะชะลอการเคลื่อนไหวและชะลอการเสนอร่างแก้ไขฉบับของ ชร.ผอ.สพท.ต่อนายกรัฐมนตรี ออกไปก่อน เพราะการแยกบอร์ดออกเป็น 2 ชุด ก็ตรงกับที่เคยเสนอต่อ พล.ต.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว อดีตเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ สมัย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี แต่ครั้งนั้นข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับ

       “การแยกบอร์ดเป็น 2 ชุดดังกล่าวเป็นตามข้อเสนอจะช่วยให้งานบูรณาการการศึกษาเดินหน้าไปได้ ไม่ต้องมาติดหล่มกับงานบริหารบุคคล ดังนั้น การที่ ศธ.เสนอให้มี 2 บอร์ดดังกล่าว โดยที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานทั้ง 2 ชุด จึงเป็นสิ่งที่ผมรับได้และจะได้ช่วยป้องกันปัญหาทุจริตได้ ซึ่งผมเคยบอกว่าข้อดีของ กศจ.แต่ข้อเสีย คือล่าช้าเพราะติดขัดขั้นตอนที่ต้องผ่าน ศธจ. ขณะที่ของเดิมสมัยที่เป็นคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.)เขตพื้นที่การศึกษา ข้อดีคือรวดเร็ว แต่ข้อเสีย มีปัญหาความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นกับบางเขตพื้นที่ฯ ซึ่งแนวทางของ ศธ.ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่รับได้ เพราะเราขอแค่ไม่ผ่าน ศธจ.เพราะทำให้เรื่องล่าช้า”นายธนชน กล่าว

       อย่างไรก็ตาม ที่เหลือคงต้องไปดูรายละเอียดร่างแก้ไขของ ศธ. แต่ก็ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย ขณะที่เรื่องการบริหารงานบุคคล ก็ไม่ล่าช้า ฉะนั้นเมื่อออกมาแนวทางนี้ ก็ต้องยอมรับข้อเสนอของ ศธ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

แชร์ว่อน!! คลิปเสียงปลัด ศธ.

ศธ.ตีความม.53อำนาจบรรจุแต่งตั้ง5ประเด็น 

คนศึกษาฯล่า5หมื่นชื่อทวงคืนอำนาจบรรจุ  

"พีรพงศ์ สุรเสน" จากร้อยเอ็ดสู่ ผอ.สพป. โคราช เขต 7 

สยบลือ!!"บุญรักษ์"ยันไม่เคยคิดย้ายผอ.สพป.โคราช 7 

เคลียร์อำนาจ สพท.-ศธจ.ลงตัวธันวานี้!!

 



เปิดอ่าน