เจาะประเด็นร้อน

แก้ รธน.บัตร 2 ใบ "ทักษิณ" กลับบ้าน 3ป.ไปต่อยาก

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ผ่านแก้รัฐธรรมนูญ "ทักษิณ" ฝันหวานอีกรอบ สูตรบัตร 2 ใบ แลนด์สไลด์เขี่ย 3ป. พ้นสนามการเมือง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ผ่านศึกซักฟอก ก็ถึงคิวโหวตวาระสาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงมีเสียงต้าน “ทักษิณ” ดังมาจากนักการเมืองซีก กปปส. โดยมองว่า ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 จะก่อให้เกิดเผด็จการรัฐสภา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพื่อไทยปราบ “งูเห่า” โฟกัส 2 ส.ส. รอลงดาบ

ยกสุดท้าย 3ป. อยู่หรือไป เจอด่านอันตราย

กลับกว๊านพะเยา “ธรรมนัส” ถอยในรุก ตัวละครลับหนุนหลัง

 

ส.ว.หลายคน เริ่มตั้งคำถามว่า เหตุใด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จึงไปร่วมมือกับพรรคของ “ทักษิณ” แก้ระบบเลือกตั้ง

 

“ทักษิณ” ได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวหรือ ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พร้อมแกนนำพลังประชารัฐ มั่นใจว่า เลือกตั้งสมัยหน้า จะได้ ส.ส.จำนวนมาก ถ้าใช้ระบบเลือกตั้งแบบเก่า พลังประชารัฐจะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียวเหมือนพรรคเพื่อไทย

มีรายงานข่าวว่า “บิ๊กป้อม” ได้ส่งสัญญาณไปถึง ส.ว.บางกลุ่ม ให้โหวตผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระสาม วันศุกร์ที่ 10 ก.ย.2564 ที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะมีการประชุมเพื่อลงมติ ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มีการแก้ไขเรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส.

 

การประชุมครั้งนี้ เป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งจะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป และต้องมี ส.ว.ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง

สาระสำคัญของระบบเลือกตั้ง จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต 400 คน เลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ 100 คน จากเดิมที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เลือกคน-เลือกพรรค แบ่ง ส.ส.เขต 350 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

 

‘เผด็จการรัฐสภา’

 

ชัยชนะในการเลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน จาก 400 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน จาก 100 คน จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงเป็นที่มาของวาทกรรมเผด็จการรัฐสภา และกระแสต้านระบอบทักษิณ

 

หลังรัฐประหาร 2549 ทีมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ตามรัฐธรรมนูญ 2540 เอื้อต่อ “ทักษิณ” จึงร่างกติกาเลือกตั้งใหม่ในรัฐธรรมนูญ 2550 แก้ระบบเลือกตั้ง เป็นระบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ หรือพวงใหญ่ ส่วนระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน แบ่งเป็น 8 เขตเลือกตั้ง และเขตหนึ่งมี 10 รายชื่อ

 

พูดตรงๆ กติกานี้ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะฝ่ายทักษิณ ผลเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน หรือพรรคไทยรักไทยเดิม ชนะเลือกตั้งได้ ส.ส.เขต 199 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 34 คน รวม 233 ที่นั่ง ได้จัดตั้งรัฐบาลอีกเช่นเคย

 

หลังเกิดรัฐบาลพลิกขั้ว มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดย “บิ๊กป้อม” ,สุเทพ เทือกสุบรรณ และเนวิน ชิดชอบ เห็นชอบให้กลับไปใช้กติกา “เขตเดียวเบอร์เดียว” มี ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน

 

ผลการเลือกตั้ง 2554 พรรคเพื่อไทยหรือพรรคพลังประชาชนเดิม ก็ชนะเลือกตั้งอีก ได้ ส.ส.เขต 204 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 61 คน รวม 265 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย พ่ายแพ้กระแสยิ่งลักษณ์

 

‘ทักษิณคัมแบ็ก’

 

หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มอำนาจ 3 ป. ลากยาวมากว่า 3 ปี จึงร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบระบบเลือกตั้งใหม่ โดยใช้บัตรใบเดียว แบ่งเป็น ส.ส.เขต 350 คน (เขตเดียว คนเดียว) ระบบบัญชีรายชื่อ 150 คน โดยคิดคะแนนรวมทั้งประเทศ มาหารเพื่อจะได้จำนวน ส.ส.ที่พึงมี ซึ่งถ้า ส.ส. เขตเกิน ส.ส.ที่พึงมีก็จะไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

 

“ทักษิณ” จึงแก้เกม “แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ร้อย” โดยวางให้พรรคเพื่อไทย กับพรรคไทยรักษาชาติ ลงสนามแบ่งพื้นที่กันเล่น แต่โชคร้าย พรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบ

 

พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ได้ ส.ส.เขต เกิน ส.ส.ที่พึงมี จึงไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ได้อันดับ 2 เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล โดย “บิ๊กป้อม” ได้ประสานกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

สิ่งที่ฝ่าย “3 ป.” คาดคิดไม่ถึงคือ พรรคอนาคตใหม่ ได้คะแนนรวมถึง 6 ล้าน 3 แสนเสียง คิดเป็น ส.ส.ได้ถึง 81 ที่นั่ง ซึ่งต่อมา พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และตัดสิทธิกรรมการบริหาร พรรคเป็นเวลาถึง 10 ปี แถมเกิดงูเห่า ส.ส.กลุ่มหนึ่งไหลไปอยู่พรรคอื่น ทำให้พรรคก้าวไกลหรือพรรคอนาคตใหม่เดิม มี ส.ส. 53 คน

 

พูดง่ายๆว่า พรรคก้าวไกล(อนาคตใหม่เดิม) ได้ประโยชน์จากระบบเลือกตั้งบัตรเดียวมากที่สุด จึงขวางการแก้รัฐธรรมนูญกลับไปเป็นบัตร 2 ใบ เพราะกติกาบัตร 2 ใบ จะทำให้พรรคก้าวไกลกลายเป็นขนาดเล็กไปทันที

 

 

พรรคพลังประชารัฐ ในสภาพแตกร้าวทั่วทั้งพรรค “บิ๊กป้อม” ก็แทบจะเอาไม่อยู่ คุมไม่ได้ หากลงสนามเลือกตั้ง ด้วยกติกาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่มีทางสู้พรรคของ “ทักษิณ” ได้เลย