คอลัมนิสต์

ตัวเลขการเมือง : "ตัวเลข" นั้น สำคัญไฉน?

ตัวเลขการเมือง : "ตัวเลข" นั้น สำคัญไฉน?

25 ต.ค. 2561

เกร็ดเลือกตั้ง : "ตัวเลข" นั้น สำคัญไฉน?

 

               วันก่อน “ทักษิณ ชินวัตร” ออกมาพูดถึงตัวเลขทางการเมืองว่า ถ้า “ฝ่ายประชาธิปไตย” ซึ่งก็คือฝ่ายทักษิณ ได้ ส.ส.รวมกันเกิน 300 เสียง รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ จนกระแสบานปลายไปเป็นเรื่องจะยุบพรรคเพื่อไทย

ตัวเลขการเมือง : "ตัวเลข" นั้น สำคัญไฉน?

(อ่านต่อ...ไม่ต้องถึง 300 แค่ 251 "บิ๊กตู่" ก็อยู่ไม่ได้แล้ว !!)

 

               นักการเมืองทั่วไปมักจะบอกว่าใครจะเป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็ขึ้นอยู่กับ “ตัวเลข” หลังเลือกตั้ง

               เพื่อเข้าใจบริบทของการเมืองไทยให้มากขึ้น “เกร็ดเลือกตั้ง” วันนี้จะพาท่านมาทำความเข้าใจ “ตัวเลข” ต่างๆ ที่มีนัยทางการเมือง

 

               ** 750 = จำนวนสมาชิกรัฐสภา

               เนื่องจากหลังการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องมี ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้องกับการโหวตเลือกนายกฯ ด้วย ดังนั้นตัวเลขแรกที่ต้องรู้คือจำนวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ซึ่งหมายถึงจำนวน ส.ส. 500 คน บวก ส.ว. 250 คน

               คนที่จะได้เป็นนายกฯ จะต้องใช้เสียงเกินครึ่งหนึ่ง = 376 เสียงขึ้นไป ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับเลือกจากรัฐสภาให้เป็นนายกฯ จะต้องมาจากบัญชีชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ ซึ่งแต่ละพรรคสามารถเสนอได้พรรคละไม่เกิน 3 ชื่อ

               แต่ก็ยังมีตัวเลขที่เป็นเงื่อนไขในการเสนอชื่อบุคคลในบัญชีนายกฯ ให้ที่ประชุมรัฐสภาเลือกอีก คือ พรรคที่จะเสนอได้จะต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของ ส.ส.ทั้งหมด = 25 ส.ส.

               และอีกเงื่อนไขคือ จะต้องมี ส.ส.รับรองการเสนอชื่อนั้น ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของ ส.ส.ทั้งหมด = 50 ส.ส.

               อีกตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ “นายกฯ” หลังเลือกตั้งครั้งนี้คือ หากที่ประชุมรัฐสภาไม่สามารถเลือกบุคคลในบัญชีของพรรคการเมืองมาเป็นนายกฯ ได้ และต้องการเลือก “คนนอก” มาเป็นนายกฯ จะต้องใช้เสียงในการงดเว้นข้อบังคับนี้ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา = 500 ส.ส.+ส.ว.

ตัวเลขการเมือง : "ตัวเลข" นั้น สำคัญไฉน?

(อ่านต่อ...คณิตศาสตร์การเมือง... "ตัวเลข" ในเกมหนุน "บิ๊กตู่")

 

               ** 500 = จำนวน ส.ส.

               ใน ส.ส.จำนวน 500 คนนั้น แบ่งออกเป็น ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 150 คน ซึ่งตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญเดิมที่ผ่านๆ มา ที่ส่วนใหญ่จะกำหนดจำนวน ส.ส.เขต 400 คน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน

               ** 250 = ครึ่งหนึ่งของ ส.ส.

               เป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญในการตั้งรัฐบาล ถึงว่าแม้จะมีเสียง ส.ว. 250 คนมาสนับสนุนในการเลือกนายกฯ แต่หากรัฐบาลมีเสียง ส.ส.ไม่เกินครึ่ง ในทางกลับกันหากฝ่ายค้านมีเสียงเกินครึ่งแม้เพียงคนเดียว คือ 251 คน รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้แล้ว เพราะหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะได้ และเสียงไม่ไว้วางใจเกินครึ่ง รัฐมนตรีและอาจหมายถึงทั้งคณะรัฐมนตรีจะต้องพ้นจากตำแหน่ง

               จึงไม่จำเป็นที่ฝ่ายตรงข้าม คสช.จะต้องได้เสียงเกิน 300 อย่างที่ “ทักษิณ” บอก แค่เกิน 250 รัฐบาล(ฝ่าย คสช.)ก็อยู่ไม่ได้แล้ว !!

==============

โดย @jin_nation