
เคลียร์ !! หมอวรงค์ ชิง ปชป.หนุน "บิ๊กตู่" ??
ในทางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์คือพรรคตัวแปร หากไปฝั่งไหน ฝั่งนั้นมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นรัฐบาล การเข้าชิงหัวหน้าพรรคของหมอวรงค์ถูกมองว่าเป็นกลเกมหนึ่ง
วันจันทร์นี้ (8 ต.ค.) จะเป็นวันเปิดรับสมัครผู้ที่จะชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ถึงแม้ “อลงกรณ์ พลบุตร” ประกาศว่าจะลงชิงตำแหน่งด้วย แต่เอาเข้าจริงคู่แข่งหลักก็คงเป็น “แชมป์เก่า” คือ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กับ “หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม”
ตอนนี้ “ทีมหมอวรงค์” เปิดหน้าลุยในทุกจุด ตั้งแต่เรื่องกฎเกณฑ์ในการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคที่มีการขอเข้าพบเพื่อพูดคุยกับอภิสิทธิ์ ส่วนเรื่องลงพื้นที่ ทีมหมอวรงค์ก็เดินหน้าลุยลงพื้นที่ก่อนอภิสิทธิ์
หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าจะลงชิงตำแหน่ง เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา หมอวรงค์ลุยพื้นที่ภาคใต้ทันที โดยไปที่สงขลา และนครศรีธรรมราช ฐานที่มั่นของ “ถาวร เสนเนียม” และ “วิทยา แก้วภราดัย” สองแบ็กอัพคนสำคัญ ส่วน “อภิสิทธิ์” เพิ่งลงพื้นที่สงขลา เมื่อ 7 กันยายน โดยวันเดียวกัน หมอวรงค์วนไปภาคอีสาน คืออุบลราชธานี
เพราะแบ็กอัพคนสำคัญคือ ถาวร และ วิทยา ทำให้ใครๆ ก็มองว่าเบื้องหลังการสนับสนุนหมอวรงค์มาชิงตำแหน่งผู้นำพรรคคือ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และเป้าหมายคือเพื่อช่วงชิงพรรคประชาธิปัตย์ไปสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง
หมอวรงค์ให้สัมภาษณ์พิเศษคมชัดลึกออนไลน์ เคลียร์ข้อข้องใจนี้ !!
**สุเทพอยู่เบื้องหลัง ?
“ไม่จริง ผมคิดว่านี่คือวาทกรรมที่โจมตีเรา ถ้าจะบอกว่าท่านถาวร ท่านวิทยา เป็นอดีต กปปส.ที่สนิทกับท่านสุเทพ ก็ต้องบอกว่ามีคนที่เป็นอดีต กปปส.และสนิทกับท่านสุเทพอีกหลายคนที่ไม่ได้สนับสนุนผม เช่น ท่านอิสสระ สมชัย ซึ่งก็เชียร์ท่านอภิสิทธิ์ ขณะที่อดีต กปปส.บางคนก็ออกไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ ทุกคนต่างไปในทางของตัวเอง ถ้าจะบอกว่าท่านสุเทพให้หนุนผม ทำไมไม่ให้ทุกคนอยู่ด้วยกันแล้วมาหนุนผม”
(อ่านต่อ...แฉ "สุเทพ" ตั้งพรรคหนุน "บิ๊กตู่")
**ชิงพรรคไปหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ?
“จุดยืนของเราคือ อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศคือการโกง ฉะนั้นเราต้องปราบโกง นี่คือหลักการ เพราะฉะนั้นหากใครมีหลักการเดียวกันเราก็สามารถร่วมมือร่วมใจกันได้ เราจะไม่มองประเด็นที่มีการพยายามพูดว่าฝ่ายไหนเป็นเผด็จการฝ่ายไหนเป็นประชาธิปไตย อันนั้นเป็นแค่วาทกรรมทางการเมือง เป็นเกมการเมืองของเขา ซึ่งเราจะไม่ไปเล่นเกมเขา เพราะประชาธิปไตยของปลอมก็มีเยอะ บางพรรคบอกเป็นประชาธิปไตย แต่แค่เลือกหัวหน้าพรรคยังไม่เป็นประชาธิปไตย”
ถ้าแปลความกัน ก็ชัดเจนว่าหากต้องเลือกข้าง หมอวรงค์พร้อมเลือกสนับสนุน “บิ๊กตู่” ซึ่งต่างจากท่าทีของ “อภิสิทธิ์”
(อ่านต่อ..."มาร์ค"ไล่ส่งใครหนุน"บิ๊กตู่"อย่าอยู่ปชป.)
ส่วนที่ถูกมองว่าเป็น “มวยรอง” นั้น หมอวรงค์ บอกว่า ก็ต้องยอมรับ เพราะแชมป์อยู่ในตำแหน่งมาถึง 13 ปี และเป็นอดีตนายกฯ แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าลำบากใจ และหากเทียบกันจริงๆ วันที่อภิสิทธิ์มาเป็นหัวหน้าพรรคก็เล่นการเมืองมา 13 ปี ซึ่งก็เท่ากับเขาในตอนนี้
“เป็นมวยรองก็ยิ่งต้องขยัน ยิ่งต้องแสดงให้เห็นว่าเรามีความมุ่งมั่นสูงมากที่จะทำให้พรรคดีขึ้น ผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคจะเห็นความมุ่งมั่นของเรา เรื่องนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่เป็นการคัดม้าเพื่อไปทำศึก ม้าบางตัวอาจจะเคยออกศึกมาแล้ว บางตัวยังไม่เคย แต่ผมเป็นม้าตัวนี้คึกคักมาก อยากออกศึกมาก”
หมอวรงค์ บอกว่า ไม่กลัวแพ้ และลึกๆ คิดด้วยว่าจะชนะ
** อะไรทำให้หมอวรงค์มั่นใจว่าจะชนะ ?
หมอวรงค์ เปิดเผยว่า การลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ ไม่ใช่เพิ่งคิด แต่มีการคิดวางแผนกันมาเป็นปี !!
“ช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน ปีที่แล้ว เริ่มมีกระแสจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ในพรรคว่าต้องการให้พรรคเกิดการเปลี่ยนแปลง จากนั้นในเดือนธันวาคม คุณสมบัติ ยะสินธุ์ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน มาพูดกับผมว่าผมเหมาะที่สุดที่จะนำพรรคในสถานการณ์นี้ วันนี้เขาเรียกผมมานั่งคุยในรถอยู่สองคน จากนั้นคุณสมบัติก็เป็นแกนนำในการไปหาเครือข่ายผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ พวกเขาซึ่งตอนนี้ก็พัฒนามาเป็นกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์ทำกันมาตั้งแต่ต้นปี”
หมอวรงค์ เล่าว่า ทางกลุ่มได้นัดประชุมกันทุกเดือน ตอนแรกไปตามร้านอาหาร ตอนหลังมาเป็นที่บ้านถาวร ซึ่งอยู่ใกล้ๆ พรรคประชาธิปัตย์ โดยช่วงนั้นเขาก็ต้องโลว์โพรไฟล์ไป ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องใดๆ เพราะไม่ต้องการให้เป็นเป้า
ผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกชัดเจนว่า หากเขาได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค นายถาวรจะเป็นเลขาธิการพรรค
“ทางกลุ่มเป็นคนมองกันเองว่าท่านถาวรควรเป็นเลขาธิการพรรค เราอยากได้ผู้ใหญ่มาเป็นแม่บ้านพรรค”
นอกจากนั้นหมอวรงค์ยังบอกว่า จุดที่ทำให้เชื่อมั่นว่าจะชนะ คือ “ผมเกิดและโตในต่างจังหวัด ได้สัมผัสใกล้ชิดประชาชน เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน เวลาผมทำอะไรจะมีการวางแผน ผมไม่เคยแพ้ทางการเมือง ผมสู้มาตั้งแต่เรื่องล็อกสเปกรถพยาบาลมาจนถึงเรื่องจำนำข้าว ที่สำคัญผมไม่เคยถูกฟ้อง แสดงให้เห็นว่าผมต้องทำข้อมูลทำการบ้านอย่างดี พวกเราทำงานเป็นทีมเวิร์ก เราไม่ได้คุยโม้ เราใช้หัวใจทำงาน วางแผนแล้วทำ ไม่ใช่พูดแล้วไม่ทำ เราพูดจริงทำจริง”
“เราต้องการทำให้พรรคเกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าคะแนนนิยมของพรรคดี เราอาจไม่สู้ ผมย้ำเลยว่าถ้าทุกอย่างดี เราไม่แข่ง แต่ที่ต้องแข่ง เพราะทุกอย่างไม่ดี ปัจจัยหลักในการลงชิงตำแหน่งของเราคือผลประกอบการของพรรค แต่ช่วงปีที่ผ่านมา จากผลโพลล์คะแนนนิยมของพรรคเราตกไปอันดับ 3 คะแนนนิยมหัวหน้าพรรคไปเป็นอันดับ 4"
จากจุดขายของหมอวรงค์ ดูเหมือนจะกลายเป็นการไปตีจุดที่อภิสิทธิ์เคยถูกวิจารณ์หรือไม่ ผู้ท้าชิงตำแหน่งจากอภิสิทธิ์ บอกว่า “ผมไม่วิพากษ์วิจารณ์ในรายละเอียด แต่ถ้าทุกอย่างดี คงไม่มีใครเสนอแข่ง ก็คงให้ท่าน(อภิสิทธิ์)เป็นต่อไป ที่เราต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะผลประกอบการที่ออกมาไม่ดี และเราก็ดูจากสิ่งที่พรรคเราเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์ และพยายามอุดช่องโหว่เหล่านั้น”
“ในความเห็นของผม เรามองประเทศมองพรรคเป็นตัวตั้ง ทั้งประเทศ พรรค และประชาชนจะดีขึ้น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้มแข็งขึ้น ผมอยากให้ลองให้โอกาสผม ผมคิดว่าผมมีศักยภาพสูงมากพอที่จะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ในทางที่ดีขึ้น”
** ถ้าหมอวรงค์เป็นหัวหน้า ประชาธิปัตย์จะยิ่งแพ้ ?
“ผมคิดว่าไม่นะ ในทางการแพทย์ ถ้าใช้ยาตัวเดิมแล้วรักษาไม่หาย ยังไงก็ต้องเปลี่ยนยา ไม่อย่างนั้นจะมีแต่ทรงกับทรุด” หมอวรงค์ใช้ความเป็นหมออธิบาย
แต่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วยกับ “หมอวรงค์” หรือไม่ เดือนพฤศจิกายนรู้กัน !!
==================
โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์
เรื่องที่เกี่ยวข้อง



