
"กระสุน-ขุนพล" พร้อม !! "สมคิด" นั่ง "นายกฯ" คนต่อไป?
เกิด "บิ๊กตู่" ได้ยินแล้วไม่สบอารมณ์เหมือน "ทักษิณ" ก็ไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยลงตรงที่ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นหรือไม่ !!??
"ผมจำเป็นต้องมีคนเหล่านี้เข้ามาบ้างเพื่อมาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเอาคนนี้มาเพื่อประโยชน์อะไรของผมเอง มันไม่ใช่ วันนี้กำลังจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้น ผมก็ต้องมีคนที่รู้เรื่องเหล่านี้มาให้คำปรึกษาว่าเป็นอย่างไร เพราะผมก็ไม่รู้ว่าการเมืองมันทำกันมาอย่างไร ดังนั้นจึงต้องรู้บ้าง"
คำให้สัมภาษณ์ ของ “นักการเมือง” ที่เนื้อหอมแถมเรืองอำนาจที่สุดในเวลานี้ อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ชี้แจงเหตุผลกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้ง 2 พี่น้องตระกูล “คุณปลื้ม” มาเสริมฐานให้ “รัฐบาลคสช.”
(อ่านต่อ..."บิ๊กตู่" ไม่รังเกียจ "ตระกูลคุณปลื้ม")
นี่อาจถือเป็นการส่งสัญญาณจากผู้มีอำนาจ ถึงนักการเมือง ว่าถึงเวลาเปิดหน้ากันได้แล้ว ส่วนใครจะเป็นคนถัดไปที่จะมาร่วมลง “เรือแป๊ะ” อีกไม่นานเกินรอคงได้เห็นกันอีก
ว่ากันว่า คีย์แมนคนสำคัญที่เดินงานดูดคนการเมืองเข้าชายคา “คสช.” ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นมือประสานสิบทิศ คอนเน็กชั่นขั้นเทพ เข้าได้กับทุกกลุ่ม ทั้งการเมือง และภาคธุรกิจ
ถ้าจำกันได้ การลงพื้นที่ของ “บิ๊กตู่” และคณะ เพื่อพบปะประชาชน และบรรดานักการเมืองตามหัวเมืองต่างๆ ทั้ง “ก๊วนชาติไทย” ที่สุพรรณฯ “ก๊วนมัชฌิมาธิปไตย” ที่สุโขทัย หรือ เมื่อครั้งลงพื้นที่เมืองจันท์ ก็พบกับ “ก๊วนพลังชล”
เพราะได้มือดีลระดับ “สมคิด” ที่มีขุนพลข้างกายอย่าง “อุตตม สาวนายน” รมว.อุตสาหกรรม ที่เผยเองว่าสนใจทำงานการเมืองในอนาคต และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รมว.พาณิชย์ มาเป็นมือเป็นไม้ และยังไม่รู้ว่ามีดีลลับอีกเท่าไหร่
ถึงอย่างนั้น ภาพจิ๊กซอว์ทางการเมือง จึงค่อยๆ ถูกต่อเติมจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในวันนี้ว่า อนาคตมีเค้าว่าจะมี “พรรคการเมือง” เพื่อรับช่วงต่อจาก “รัฐบาลคสช.” พร้อมๆ กับชื่อ “บิ๊กตู่” ที่ลอยมาตั้งแต่ไก่โห่ว่าจะควบ “นายกฯ” หลัง “เลือกตั้ง” อีกสมัย
(อ่านต่อ..."หมื่นประยุทธ์" โล้อำนาจวาสนา)
แต่ชื่อ “บิ๊กตู่” อาจเป็นตัวหลอกหรือไม่ เพราะถ้าดูจากบทบาท “สมคิด” เที่ยวนี้ เรียกว่าครบเครื่องไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวถือเป็นมันสมองพยุง “รัฐบาลคสช.” ด้วยผลงานด้านเศรษฐกิจ เดินหน้าเมกะโปรเจคมากมาย หรือแม้แต่โครงการ “ประชารัฐ” และอื่นๆ ก็ได้เอกชนบิ๊กเนมหลายเจ้าเข้ามาร่วมแจม ร่วมขับเคลื่อนจนถูกมองว่าเอื้อนายทุน
จนวันนี้ ถ้ามองในมุมการเมือง หลายคนเริ่มร้องอ๋อ... การที่รัฐบาลดึงเอกชนรายใหญ่เข้ารับผลประโยชน์ในหลายโครงการของรัฐ เพื่อแลกกับเม็ดเงินหรือกระสุนสนับสนุนในเกมการเมืองวันหน้าหรือไม่ ???!!!
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็นับว่า “รัฐบาล คสช.” ถือว่ามีความพร้อมในสนามการเมืองมากกว่าใครเพื่อน เพียบพร้อมทั้งกระสุนและขุนพล จะขาดก็เพียงแม่ทัพนำลุยศึกเท่านั้น
หากจำกันได้ ย้อนกลับไปช่วงท้ายของ “รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร” ที่โดนม็อบพันธมิตรฯ กดดันขับไล่อย่างหนัก ก่อนเกิด “รัฐประหาร” 19 ก.ย.49 “สมคิด” ขณะนั้นนั่งเป็น “รองนายกฯ”
ช่วงนั้นมีข่าวว่า “ทักษิณ” มีทีท่าจะเว้นวรรคทางการเมือง ชื่อ “สมคิด” ก็เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนใน “พรรคไทยรักไทย” ตอนนั้นพูดถึงว่า เหมาะเป็น “นายกฯ” แทน “ทักษิณ” และยังมีข่าวว่า “สมคิด” ได้เคลื่อนไหวพูดคุยแกนนำคนสำคัญใน “ไทยรักไทย” จนเรื่องเข้าหู “ทักษิณ” ความระแวงและไม่พอใจทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขาดสะบั้นลงในที่สุด
ผ่านไปหลายปีจนมาถึงวันนี้ “สมคิด” กลับมาอยู่ในเกมอำนาจ นั่งตำแหน่งเดิมอย่าง “รองนายกฯ” อีกครั้ง ต่างจากเดิมอยู่บ้างก็ตรงที่มีนายใหม่ ชื่อ “ประยุทธ์” และดูจะเป็นที่พออกพอใจ ไว้เนื้อเชื่อใจอยู่ไม่น้อย
อีกอย่างเที่ยวนี้ ถ้า “บิ๊กตู่” มองเกมยาวถึงการมีอำนาจต่อในอนาคต บางทีตัวเองอาจไม่จำเป็นต้องเปลืองตัวไปให้โดนขย้ำมากกว่านี้ ทางเลือกที่จะดัน “สมคิด” ขึ้นเบอร์1 ฝ่ายบริหาร ก็ใช่จะเป็นไปไม่ได้ ในทางการเมืองทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ
เพราะอย่างที่บอก “สมคิด” มาเที่ยวนี้ไม่ธรรมดา ความเก๋าเกมในตัวเต็มเปี่ยม แถมสายสัมพันธ์ทางการเมือง ภาคธุรกิจแน่นปึ๊ก พร้อมด้วยมือทำงานรอบกาย คุมกระทรวง ทบวง กรม อยู่เพียบ และที่สำคัญระดับ “สมคิด” เวลานี้ คงระดม “กระสุน” ได้ไม่ยาก
งานนี้ถ้า “บิ๊กตู่” เอาด้วย คงสมใจคนชื่อ “สมคิด”
แต่ถึงอย่างไร แม้ใจจะปราถนามากแค่ไหน ถ้าวาสนาไม่นำพาทุกอย่างก็จบ
เกิด “บิ๊กตู่” ได้ยินแล้วไม่สบอารมณ์เหมือน “ทักษิณ” ก็ไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยลงตรงที่ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นหรือไม่ !!??



