royal coronation
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ในอดีต

25 ต.ค.2424 กำเนิด 'ปิกาโซ' ศิลปินโลกจารึก

วันที่ 25 ตุลาคม 2562 - 07:15 น.
ปิกาโซ,ปิกัสโซ่,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 719 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 138 ปีก่อน จากทารกผู้ออกเสียง "ดินสอ" ก่อนเรียก "แม่" สู่อัฉริยะศิลปินโลก

 

 

********************************

 

 

วันนี้เมื่อ ปีก่อน ตรงกับวันที่ 25 ตุลาคม 2424 เป็นัวนเกิดของอัจฉริยะศิลปินโลก ปาโบล รุยซ์ ปิกาโซ ที่เราเรียกเขาสั้นๆ ว่า "ปิกาโซ" หรือ "ปิกัสโซ่"

 

อย่างที่รู้ เขานั้นเป็นบุคคลที่นิตยสาร ไทม์ ยกย่องให้เป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์มากที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และเนื่องในวันครบรอบวันเกิดวันนี้ เรามารู้จักเขามากขึ้นกัน

 

 

 

ประวัติช่วงต้น

 

ปิกาโซเกิดที่เมืองมาลากา แคว้นอันดาลูซิอาทางตอนใต้ของ ประเทศสเปน เป็นบุตรชายคนโตของโฆเซ รุยซ์ อี บลัสโก กับมาริอา ปิกาโซ อี โลเปซ

 

สายเลือดศิลปินเข้มข้น เพราะบิดาเป็นครูสอนศิลปะในมหาวิทยาลัย  โดยในวัยเด็ก ปิกาโซฉายแววการเป็นศิลปินระดับโลกด้วยการพูดคำว่า “ปิซ ปิซ” (มาจากคำว่า ลาปิซ ที่แปลว่าดินสอในภาษาสเปน) เป็นคำแรก แทนที่จะพูดคำว่า “แม่” เหมือนเด็กทั่วไป

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน เมื่อบิดาเริ่มเห็นพรสรรค์ของลูกชายจึงได้มอบจานสีและพู่กันเป็นของขวัญวันเกิดตอนอายุ 6 ขวบ มีเรื่องเล่าว่าครั้งนึงที่บิดาของปิกาโซกำลังวาดรูปนกพิราบของเขาอยู่นั้น สิ่งที่น่าทึ่งก็ได้บังเกิดขึ้น เมื่อบิดาของเขาออกไปจากห้องเพื่อทำอะไรบางอย่าง ปิกาโซได้เข้าไปในห้อง แล้ววาดภาพนกพิราบต่อจนเสร็จ

 

เมื่อบิดาเขากลับเข้ามาจึงได้พบว่าภาพที่วาดนั้น เสร็จสมบูรณ์และเห็นว่าสวยกว่าที่ตนเองวาดเสียอีก ที่สุดเมื่อเขาอายุเพียงแค่ 15 ปี เขาได้มีสตูดิโอเป็นของตัวเอง

 

 

 

วัยทำงาน

 

ราวปี ค.ศ. 1900 หลังจากเริ่มต้นอย่างผิดพลาดด้วยการเป็นนักเรียนด้านศิลปะที่เมืองมาดริดและช่วงโบฮีเมี่ยนในเมืองบาร์เซโลนา เขาได้เดินทางมาที่ปารีสครั้งแรก

 

ดังที่รู้ปารีส ถือเป็นเมืองหลวงด้านศิลปะ ที่นี่ปิกาโซจึงตัดสินใจย้ายอาศัยอยู่อย่างถาวรเมื่อตั้งแต่เมษายน ค.ศ. 1904

 

มีการจัดกลุ่มภาพเขียนของปิกาโซแบ่งเป็นช่วงต่าง ๆ ว่าเป็น ยุคสีน้ำเงิน, ยุคสีชมพู, ยุคอิทธิพลแอฟริกา, ยุคบาศกนิยม, ยุคนิยมแบบแผนและเหนือจริง, ยุคสุดท้าย,

 

 

 

ยุคสีน้ำเงิน

 

เกิดขึ้น่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1901–1904 ปิกาโซจมลงไปในภาวะซึมเศร้ารุนแรง เขาวาดภาพสีเดียวเป็นหลักในเฉดสีของสีฟ้า สีเขียวและสีฟ้าอ่อนผสมกับสีอื่นๆ ทำให้งานของเขาในช่วงนี้มีลักษณะที่อึมครึม

 

 

 

Picasso: Blue period

 

 

 

เขาได้รับแรงบันดาลใจในการวาดภาพลักษณะนี้จากการเดินทางผ่านประเทศสเปนและการฆ่าตัวตายของการ์ลัส กาซาแฌมัส เพื่อนของเขา

 

จนเมื่อเขามาวาดผลงานในเมืองปารีส เขาเลือกใช้สีที่เรียบง่ายและถ่ายทอดเรื่องเศร้าโศก เช่นเรื่องโสเภณี ขอทาน ขี้เมา เป็นภาพวาดที่สะท้อนชีวิตของผู้คนในสังคมเมืองปารีสที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่เพื่อเป็นการเสียดสีหรือวิจารณ์สังคมในขณะนั้น เป็นต้น

 

 

ยุคสีชมพู

 

Pablo Picasso, Garçon à la pipe, (Boy with a Pipe), 1905 (ยุคสีชมพู)

 

 

 

อยู่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1904–1906 เป็นภาพที่วาดด้วยโทนสีที่สดใส เช่น สีส้ม สีชมพู และสีเนื้อ ซึ่งเป็นโทนสีที่ตรงกันข้ามกับยุคสีน้ำเงิน ซึ่งในช่วง ค.ศ. 1904 เป็นช่วงที่เขามีความสุขจากความสัมพันธ์กับคนรักคนแรกของเขาคือ แฟร์น็องด์ ออลีวีเย และประกอบกับสภาพจิตใจที่ดีขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งานของเขามีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เขามักวาดภาพในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับลวดลายข้าวหลามตัด นักแสดง และตัวตลกเป็นต้น

 

 

 

ยุคอิทธิพลแอฟริกา

 

อยู่ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1906–1909 เป็นช่วงเวลาที่ปิกาโซได้รับอิทธิพลจากงานประติมากรรมแอฟริกาที่ถูกนำกลับไปยังพิพิธภัณฑ์ในกรุงปารีส เป็นผลมาจากการขยายตัวของจักรวรรดิฝรั่งเศสในแอฟริกา

 

 

 

Pablo Picasso's African-influenced Period

 

 

 

โดยงานประติมากรรมจากแอฟริกาเป็นแรงบันดาลใจสำหรับบางส่วนของการทำงานของเขา ความสนใจของเขาถูกจุดประกายโดย อ็องรี มาติส ที่แสดงให้เขาเห็นหน้ากากจากภูมิภาคในทวีปแอฟริกา โดยผลงานในช่วงยุคนี้ได้มีอิทธิพลพัฒนาส่งต่อมาช่วงบาศกนิยมอีกด้วย

 

 

ยุคบาศกนิยม

 

บาศกนิยมเป็นยุคความเคลื่อนไหวทางศิลปะล้ำยุคในศตวรรษที่ 20 ริเริ่มโดยปิกาโซ และฌอร์ฌ บรัก ได้เปลี่ยนรูปโฉมของจิตรกรรมและประติมากรรมยุโรป รวมไปถึงดนตรีและงานเขียนที่เกี่ยวข้อง

 

สาขาแรกของบาศกนิยมเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “บาศกนิยมแบบวิเคราะห์” (analytical cubism) เป็นความเคลื่อนไหวทางศิลปะที่มีอิทธิพลรุนแรงและมีความสำคัญอย่างมากในฝรั่งเศส

 

 

Analytical Cubism by Pablo Picasso & Georges Braque

 

 

 

แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่นานนักระหว่าง ค.ศ. 1907–1911 ความเคลื่อนไหวในช่วงที่สองนั้นถูกเรียกว่า “บาศกนิยมแบบสังเคราะห์” (synthetic cubism) ได้แพร่กระจายและตื่นตัวจนกระทั่ง ค.ศ. 1919 เมื่อความเคลื่อนไหวของลัทธิเหนือจริงเป็นที่นิยม

 

ปิกาโซและบราคพยายามเน้นคุณค่าของปริมาตรกับอากาศซึ่งสัมพันธ์กันเต็มไปหมดในภาพ อีกทั้งไม่เห็นด้วยในหลักการของผู้นิยมลัทธิประทับใจ ซึ่งละเลยความสำคัญของรูปทรงและปริมาตร

 

ศิลปินต่างสำรวจความละเอียดของสิ่งที่พวกเขาต้องการวาด ด้วยการทำลายรูปทรงเหล่านั้นให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไม่ปะติดปะต่อกัน รูปทรงบางรูปอาจทับซ้อนกัน หรือเหลื่อมล้ำกันและกัน โดยมีจุดประสงค์สำคัญในเรื่องปริมาตรเป็นเป้าหมายสูงสุด การสร้างภาพที่มีการจัดวางแบบผสมผสานแปลกใหม่ ไม่เน้นกฎเกณฑ์ และนำเสนอภาพแง่มุมต่างๆ

 

และที่สำคัญศิลปินทั้งสองเน้นว่า ผลงานบาศกนิยมไม่ใช่งานสามมิติ แต่มีมิติที่สี่เช้ามา ซึ่งได้แก่ มิติของเวลา ที่สัมพันธ์กับการรับรู้ของมนุษย์

 

ในผลงานศิลปะของบาศกนิยมนั้น วัตถุจะถูกทำให้แตกเป็นชิ้น วิเคราะห์ และประกอบกลับขึ้นมาใหม่ในรูปลักษณ์ที่เป็นนามธรรมแทนที่จะแสดงวัตถุให้เห็นจากเพียงมุมมองเดียว

 

จิตรกรนั้นได้ถ่ายทอดวัตถุจากหลายแง่มุมเพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงวัตถุที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่กว้างขึ้น บ่อยครั้งนักที่ผืนราบดูเหมือนจะตัดกันในมุมที่เป็นไปโดยบังเอิญ ปราศจากความสอดคล้องของความลึก ส่วนพื้นหลังและผืนราบแทรกเข้าไปในระหว่างกันและกันเพื่อที่จะทำให้เกิด พื้นที่ที่ไม่ชัดเจนอย่างผิวเผิน ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณลักษณะเฉพาะของบาศกนิยม

 

 

 

ยุคนิยมแบบแผนและเหนือจริง

 

ในช่วงเวลาดังต่อไปนี้เป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปิกาโซเริ่มผลิตงานในรูปแบบลัทธิคลาสสิกใหม่ การ “กลับไปทำงานแบบตามสั่ง” ตามรูปแบบที่เคยมีมานี้เห็นได้ชัดในการทำงานของศิลปินชาวยุโรปจำนวนมากในช่วง ค.ศ. 1920 รวมทั้งอ็องเดร เดอแร็ง, จอร์โจ เด กีรีโก, จีโน เซเวรีนี, ศิลปินกลุ่ม น็อยเออซัคลิชไคท์ และกลุ่ม โนเวเชนโตอีตาเลียโน

 

 

Pablo Picasso Surrealism by Ray MARTINEZ Artist 1946

 

 

 

ภาพวาดปิกาโซและภาพวาดจากช่วงเวลานี้คล้ายคลึงกับรูปแบบผลงานของราฟาเอลและฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์

 

เนื้อหางานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของปิกาโซคือ "เกร์นิกา" (Guernica) เป็นภาพของเขาจากการระเบิดของเยอรมนีในช่วงสงครามกลางเมืองในสเปนบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ แสดงถึงความไร้มนุษยธรรมทารุณโหดร้ายและความสิ้นหวังของสงคราม

 

 

 

Guernica (Picasso)

 

 

 

ยุคสุดท้าย

 

ผลงานสุดท้ายของปิกาโซเป็นการผสมของรูปแบบวิธีในการแสดงออกในงานของเขาจนกระทั่งจบชีวิต ปิกาโซเพิ่มเติมและแสดงออกผลงานของเขาอย่างมีมีสีสันและจาก ค.ศ. 1968 จนกระทั่งถึง ค.ศ. 1971 เขาผลิตผลงานออกมามากมายทั้งภาพวาดและแกะสลักทองแดงหลายร้อยชิ้น โดยผลงานส่วนใหญ่นั้นถูกปฏิเสธไม่ได้รับการยอมรับเนื่องจากเป็นผลงานที่สื่อความอย่างอนาจาร

 

 

 

Pablo Picasso's Final Years

 

 

 

แต่ภายหลังเมื่อปิกาโซได้เสียชีวิตลง กระแสทิศทางของศิลปะก็ได้เปลี่ยนแปลงจากลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แนวนามธรรมและกระแสรูปแบบศิลปะแบบลัทธิสำแดงพลังอารมณ์ใหม่ (neo-expressionism) ในเวลาต่อมา

 

อนึ่งต่อมาปิกาโซได้แต่งงานครั้งที่ 2 กับ ฌาเกอลีน ร็อก ในปี ค.ศ. 1961 และเขาจบชีวิตศิลปินลงในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1973 เสียชีวิตในวัย 91 ปี

 

****************************

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย

 

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ