ครั้งนี้ขนนักกีฬาจากทั่วโลกกว่า 12 คู่ 24 ชีวิต ขึ้นสังเวียนประลองฝีมือในกติกามวยไทย คิกบ็อกซิ่ง และศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) อัดแน่นครบเครื่อง โดยจะมีการเผยแพร่ไปสู่ผู้ชมกว่า 2,600 ล้านคนในกว่า 145 ประเทศให้รับชมโดยพร้อมเพรียงกัน ผ่านแอปพลิเคชัน ONE Super App โหลดฟรี ชมฟรี ตั้งแต่คู่แรกจนจบรายการ

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเจ้าภาพศึกนี้จึงขนนักกีฬาไทยระดับแถวหน้า 4 คนร่วมสู้ศึก ได้แก่ รถถัง จิตรเมืองนนท์, แสตมป์ แฟร์เท็กซ์, แสงมณี เสถียรมวยไทย และ เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม ซึ่งทั้ง 4 คนนี้จะต้องเผชิญกับอะไรในศึกนี้บ้าง ติดตามได้จากที่นี่

 

 

เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม

เริ่มต้นด้วยคู่ที่ 7 ของรายการ ระหว่าง เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม vs บริซ เดลวัล

สำหรับ เมืองไทย ไฟต์นี้เป็นครั้งที่สามของเขาในรายการ วัน แชมเปียนชิพ ซึ่งน่าจะมีความชำนาญในการใช้นวมเปิดนิ้ว 4 ออนซ์ ซึ่งเป็นนวมปราบนักมวยระดับเซียน มาพอสมควร 

เมืองไทย เป็นมวยศอกสมฉายา “ขุนศอกผีดิบ” แต่การเจอกับคู่แข่งก้านยาวเสาโทรเลขอย่าง บริซ เดลวัล จากแอลจีเรีย อาจทำให้ เมืองไทย ต้องเปลี่ยนแผน เพราะน่าจะเข้าประชิดตัวได้ยาก 

บริซ เดลวัล ชกกับ วัน แชมเปียนชิพ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง เขาเคยเป็นคู่ปรับเก่าของ “น้องโอ๋ ไก่ย่างห้าดาว” ซึ่ง น้องโอ๋ เคยเปิดใจยอมรับว่าคู่แข่งรายนี้ชกยากที่สุดที่เคยเจอมาใน วัน แชมเปียนชิพ ด้วยเพราะความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงและช่วงชก แขนขายาว 

เมืองไทย ซึ่งสูง 172 ซม.(สูงกว่า น้องโอ๋ 1 ซม.) ในขณะที่ บริซ สูง 178 ซม. ก็น่าจะกะความสูงคู่ต่อสู้ได้เมื่อยืนประจันหน้ากัน โดยทั้งคู่จะชกกันในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (65.8 กก.) สามารถใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ได้ แต่เมื่อใช้ศอกไม่ถนัด เมืองไทย จะแก้เกมศึกนี้อย่างไรน่าสนใจทีเดียว

 4 ไฟต์ที่คนไทยต้องดูในศึก ONE: A NEW TOMORROW

แสงมณี เสถียรมวยไทย

คู่ที่ 10 (คู่ค้ำของรายการ) ระหว่าง แสงมณี เสถียรมวยไทย vs เคนตะ ยามาดะ

สำหรับ แสงมณี ไฟต์นี้ถือเป็นครั้งที่สองใน วัน แชมเปียนชิพ หลังจากที่ไฟต์เปิดตัวเจอคู่แข่งขันยักษ์ที่มาประเดิมศึกครั้งแรกเช่นกัน จึงยังเก้ๆ กังๆ เรื่องการทำน้ำหนักตามกฎกติกาของ ONE จึงทำให้ลดน้ำหนักไม่ได้ตามกำหนด แต่ แสงมณี ก็สปิริตสูงยอมขึ้นชกแบกน้ำหนักไว้หลายปอนด์จึงโชว์ฟอร์มได้ไม่เต็มที่

ไฟต์นี้เจอกับ เคนตะ ยามาดะ นักชกจากแดนอาทิตย์อุทัยที่มีพื้นฐานทั้งมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง และเคยผ่านมวยเก่งอย่าง เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี กับ เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม มาแล้ว เมื่อผ่านสังเวียนมาหลายครั้ง การทำน้ำหนักจึงไม่น่าจะเป็นปัญหา การเจอกับ แสงมณี จึงน่าจะสมน้ำสมเนื้อกันในเรื่องขนาดตัว แต่ฝีมือและความเจนเวที นาทีนี้ แสงมณี ที่มีสถิติ 212 ไฟต์ ดูมีภาษีกว่า เคนตะ ที่มี 89 ไฟต์อยู่มาก แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะกับนวม 4 ออนซ์ ซึ่งเป็นนวมปราบเซียน มีเกมพลิกมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

แสงมณี กับ เคนตะ จะชกกันในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (65.8 กก.) ใช้อาวุธมวยไทยได้เต็มรูปแบบ ชนิดไม่ต้องออมมือ

 4 ไฟต์ที่คนไทยต้องดูในศึก ONE: A NEW TOMORROW

 

 

แสตมป์ แฟร์เท็กซ์

คู่ที่ 11 (คู่รองของรายการ) นักชกสาวแชมป์โลกสองประเภทกีฬา ทั้งมวยไทยและคิกบ็อกซิ่ง “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” แต่เธอไม่ได้มาในฐานะแชมป์โลก เธอมาในฐานะนักกีฬาการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ถ้านับเฉพาะกติกานี้ แสตมป์ ขึ้นสังเวียนเป็นครั้งที่ 3 ใน วัน แชมเปียนชิพ เจอกับอีกหนึ่งคู่ต่อกรจอมแกร่งของรุ่นอะตอมเวต (52.2 กก.) อย่าง “พูจา โทมาร์” ซึ่งเป็นแชมป์วูซู (กังฟู) ซึ่งเป็นศิลปะการต่อสู้ของจีน รายนี้มีพื้นฐานเกมนอนสู้เหนือชั้นกว่าคู่แข่งขันคนอื่นๆ ที่ แสตมป์ เคยเจอมา

ถ้าเทียบประสบการณ์นอนสู้แล้ว พูจา เคยผ่านคู่แข่งขันตัวแกร่งๆ มาแล้ว และเชื่อว่าเธอจะใช้วิธีนี้ในการจัดการ แสตมป์ เพราะหากคิดจะยืนสู้กับแชมป์โลกมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งล่ะก็ ยังไง แสตมป์ ก็มีภาษีกว่า

ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ว่า ใครจะควบคุมเกมที่ตัวเองถนัดได้มากกว่ากัน ไฟต์นี้จะถือเป็นบททดสอบที่แกร่งขึ้นสำหรับ แสตมป์ หากเธอต้องการเดินหน้าในกติกานี้ เพราะอนาคตจะต้องเจอคู่แข่งหินกว่านี้อีกหลายเท่า

 4 ไฟต์ที่คนไทยต้องดูในศึก ONE: A NEW TOMORROW

รถถัง จิตรเมืองนนท์

คู่ที่ 12 (คู่เอกของรายการ) แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต “รถถัง จิตรเมืองนนท์” ต้องเจอศึกหนักตั้งแต่ต้นปี กับการกลับมาปิดบัญชีแค้นของ “โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” อดีตเจ้าของเข็มขัดเส้นนี้ ที่หวังจะมาทวงบัลลังก์คืน

ไฟต์แรกที่ทั้งคู่เจอกันต้องยอมรับว่าเป็นการแข่งขันที่สูสีชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด แม้แต่ รถถัง เองยังยอมรับว่าถ้าไม่สอยคู่แข่งขันจากกรุงลอนดอนร่วงไปในยกที่ 4 เขาก็อาจมีความเสี่ยงที่จะแพ้คะแนนได้เหมือนกัน
ความได้เปรียบของ

แฮ็กเกอร์ตี คือเรื่องความสูงและช่วงชก แขนขายาว ไหวพริบและความเฉลียวฉลาด เป็นมวยไอคิวสูง และฝึกมวยมาตั้งแต่เด็ก แถมมีพ่อเป็นนักมวยอีก ที่สำคัญคู่นี้อายุอานามเท่ากัน เรียกว่าพละกำลังหนุ่มเหลือเฟือ อยู่ที่ว่าใครจะได้เปรียบกันตรงจุดไหน และไฟต์ที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกก็ได้รางวัลไฟต์ดุเดือดแห่งปี 2019 ด้วย น่าดูจนไม่รู้จะอธิบายยังไง ใครไม่ได้ดูบอกได้คำเดียวว่า พลาด!!!

สำหรับศึก ONE: A NEW TOMORROW จะจัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี วันศุกร์ที่ 10 มกราคมนี้ เริ่มคู่แรกเวลา 17.30 น. จองบัตรเข้าชมได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เริ่มต้นที่ราคา 200 บาทเท่านั้น รับรองความมันคุ้มทะลุค่าตั๋ว

 4 ไฟต์ที่คนไทยต้องดูในศึก ONE: A NEW TOMORROW