ปฏิเสธไม่ได้ว่า พรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันทางการเมือง ภายหลังมี ส.ส.ทำงานในนามประชาชนมาเป็นเวลาร่วมทศวรรษ อีกทั้งยังเคยฝากผลงานทั้งในฐานะเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้เห็นประจักษ์มาเป็นระยะ

 

 

          ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและส.ส.หลายสมัยจำนวนมาก แต่นั่นไม่ได้เป็นการการันตีถึงความมั่นคงและความยั่งยืนในการทำงานการเมืองของพรรค จึงทำให้ดำเนินการหว่านเมล็ดพันธุ์ทางการเมืองเพื่อสร้างคนรุ่นใหม่เข้ามาประดับเป็นดาวและกำลังสำคัญให้แก่พรรคในระยะยาว จนเป็นที่มาของโครงการ “เพื่อไทยพลัสยุคใหม่ แข็งแกร่งกว่าเดิม”

 

 

เพื่อไทยพลัส สร้างคนรุ่นใหม่- Smart Democracy

 


          เมื่อไม่นานมานี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวระหว่างเปิดโครงการต่อหน้าเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรมด้วยการย้ำจุดยืนว่า “เพื่อไทยยุคใหม่ ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” เพื่อแสดงให้เห็นว่าโครงการที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการพยายามสร้างคนรุ่นใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยใช้ช่องทางพรรคการเมืองนำไปสู่การทำงานและการทำนโยบาย

 

          “วันนี้โลกเปลี่ยน การเมืองบริบทเดิมไม่ตอบโจทย์ประเทศ วันนี้เป็นโลกยุคดิจิทัล ถ้าผู้นำ ผู้บริหารคว้าเป็นจะเกิดโอกาส แต่ถ้าผู้นำไม่ปรับตัวจะตกยุคแบบตามไม่ทัน อย่างไรก็ตามวันนี้ผู้นำประเทศต่างๆ เด็กลงทุกวัน เพราะการมีเทคโนโลยีสมัยใหม่บีบให้ทุกองค์กร แสวงหาคนที่คิดใหม่ ไม่ใช่เพราะคนเบื่อการเมือง แต่ตอนนี้ต้องการคนมีความรู้ที่ทันต่อโลกยุคใหม่ การที่ได้คนดี คนซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ มาเป็นผู้นำวันนี้อาจไม่พอแล้ว แต่ผู้นำจึงต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เพื่อจะได้คว้าโอกาสเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำมาหากินให้แก่ประชาชน แต่ถ้าไม่เข้าใจมันก็ไปต่อไม่ได้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

 

 

 

เพื่อไทยพลัส สร้างคนรุ่นใหม่- Smart Democracy



          “ต่อไปนี้สิ่งที่จะออกแบบให้ประเทศไทย คือจะต้องเลิกโครงสร้างรัฐราชการที่เป็นศูนย์กลาง ให้กลายเป็นประชาชนเป็นศูนย์กลาง กระจายอำนาจ กระจายโอกาส จะรวยกระจุกจนกระจายไม่ได้ สังคมประเทศต้องถูกปรับเพราะไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน”


          “วันนี้เรามีปัญหาคือ 1.การกระจายอำนาจ 2.ประเทศไทยจะไปทางไหนกับโลกในปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับสงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี เรื่องเหล่านี้เราจะไม่สามารถเอาชนะด้วยเรือดำน้ำ หรือรถถังที่ประโคมซื้อ นอกจากนี้หลายปีที่ผ่านมา เราไม่เตรียมความพร้อมติดอาวุธ ซึ่งคือปัญญาให้เด็กไทยให้พร้อมเข้าสู่การแข่งขัน รวมถึงไม่สนับสนุนคนรุ่นใหม่มากพอ ดังนั้นน้องๆ ต้องสนใจในเรื่องนี้ เนื่องจากจะต้องอยู่ในประเทศนี้ เราต้องการคนรุ่นใหม่มาดูแลประเทศต่อ โดยเราจะเป็นนั่งร้านที่คลุกกับดินให้คนรุ่นใหม่มาเหยียบต่อยอด เราจะนิ่งเฉยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำอนาคตแบบนี้ไม่ได้ และประเทศนี้จะไปต่อไม่ได้ถ้าเราไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

 

 

 

เพื่อไทยพลัส สร้างคนรุ่นใหม่- Smart Democracy

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

 


          ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ประกาศว่า เยาวชนมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของชาติ และคนกลุ่มนี้เป็นที่คาดหวังของสังคม เนื่องจากเป็นวัยหนุ่มสาวที่มีความสุจริตใจ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ที่ผูกพันกับพรรคการเมือง แม้ที่ผ่านมาเยาวชนมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเป็น Smart Democracy ได้จริง


          “Smart Democracy คือรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ชาญฉลาด เป็นการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่คำนึงถึงทุกฝ่าย และรับฟังความคิดเห็นของคนทุกรุ่น ดังนั้นคนรุ่นใหม่คือความหวังของประเทศ เพราะต้องอยู่กับการเมืองไทยไปอีกอย่างน้อย 20 ปี” น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ


          ขณะที่ สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ย้ำว่า คุณภาพการศึกษาของเด็กไทยต่ำลงไปทุกวัน แล้วเราจะอยู่จะสู้กันไปอย่างไร ในวันที่เราต้องต่อสู้และเผชิญอะไรอีกมากมาย ไม่ว่าจะต้องต่อสู้กับหุ่นยนต์ AI ทั้งยังต้องสู้กับภัยเศรษฐกิจ

 

 

เพื่อไทยพลัส สร้างคนรุ่นใหม่- Smart Democracy

 


          “เราต้องปรับตัวเพื่อสู้ในเวทีโลก และคนที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับเยาวชน สร้างบริบทสร้างกลไกในการพัฒนาประเทศ คือ เราต้องมีนายกฯ ที่รู้ทันโลก รู้เรื่อง Digital Economy และมี รมว.ศึกษาฯ ที่รู้จัก EQ IQ MQ และการเรียนรู้รูปแบบใหม่ การศึกษานอกห้องเรียน ซึ่งเราต้องทุ่มงบเพื่อช่วยพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพไปแข่งขันในเวทีโลกได้ในอนาคต” ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว


          สุดท้าย นพคุณ รัฐผไท ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ระบุว่า การแก้ไขปัญหาต้องเริ่มต้นจากเยาวชนเพื่อให้มีส่วนร่วมให้มีความรู้เรื่องประชาธิปไตย สำหรับกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาประชาธิปไตยตั้งแต่ระดับเยาวชน ซึ่งได้ปลูกฝังในหลายเรื่อง โดยเฉพาะค่านิยมต่อระบอบประชาธิปไตย ความเข้าใจปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ที่ยังมีอยู่อย่างมหาศาล และหากไม่เริ่มตอนนี้ก็จะกลายเป็นปัญหา พรรคการเมืองไม่ควรเพิกเฉย
 

 

 

เพื่อไทยพลัส สร้างคนรุ่นใหม่- Smart Democracy