นับแต่ปี 2557 ที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกคำสั่ง คสช.ที่ 64/2557 ทวงคืนผืนป่าเพื่อแก้ไขปัญหานายทุนบุกรุกป่า ซึ่งแม้ว่านโยบายจะกระทบชาวบ้านทั่วประเทศหลังการยึดคืน แต่รัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาด้วยการผ่อนผันให้ชาวบ้านผู้ยากไร้ ถือได้ว่านโยบายทวงคืนป่าในรัฐบาล คสช.จนถึงปัจจุบันได้ผลดี จากเดิมประเทศไทยเคยมีปัญหาบุกรุกป่ามากกว่าปีละแสนไร่ ลดลงเหลือปีละหมื่นไร่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2562 ผลการดำเนินการ 532 คดี เป็นพื้นที่ความเสียหาย 11,120.53 ไร่ เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2561 ผลการดำเนินการ 1,488 คดี เป็นพื้นที่ความเสียหาย 32,637.41 ไร่ หากมองย้อนกลับไปปัญหาการบุกรุกป่าถือเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ทุกรัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขแต่ก็ไม่เห็นเป็นรูปธรรมสักเท่าใด จนถึงปัจจุบันนับเป็นความสำเร็จในระดับหนึ่ง สรุปในช่วงปี 2560-2562 พบแนวโน้มการบุกรุกป่าลดลง และมีป่าเพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนไร่

 

 

          ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันรักษาป่าและเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ จากสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศไทยใน พ.ศ. 2558-2561 แนวโน้มโดยเฉลี่ยพื้นที่ป่าไม้ของประเทศเพิ่มขึ้น โดยใน พ.ศ. 2561 ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ คิดเป็นร้อยละ 31.68 ของพื้นที่ประเทศ แต่ยังไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด ดังนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) จึงได้เร่งขับเคลื่อนและผลักดันยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟู และใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งบูรณาการและสร้างการมีส่วนร่วมกับภาคีทุกภาคส่วน ในการดำเนินการด้านต่างๆ


          ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้วางมาตรการขับเคลื่อนงานด้านการป่าไม้ การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ โดยการนำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาใช้ในการสำรวจพื้นที่ป่าไม้ และเตรียมรับมือในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน เพื่อช่วยเรื่องการป้องกันรักษาป่า การนำภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้ในการบริหารจัดการที่ดิน ตลอดจนการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ให้สามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ นอกจากนี้ ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ได้มอบให้ ทส. เร่งรัดจัดทำอนุบัญญัติหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ รวมถึงการขออนุญาตให้เอกชนส่งไม้สักสวนป่าออกจำหน่ายต่างประเทศ และการขอยกเว้นพิกัดอัตราอากรขาออก

 



          ปัญหาการบุกรุกป่าของนายทุนและปัญหาประชาชนผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลและจัดสรรที่ดินทำกินให้ผู้ยากไร้เข้าทำประโยชน์ ดูแลการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และส่งเสริมให้อยู่ร่วมกับป่าอย่างดีที่สุด ที่ผ่านมาผู้ยากไร้มีปัญหาเรื่องนี้มาตลอด บางครั้งได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และถูกละเลยจากภาครัฐ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการมุ่งเน้นให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วม ที่จะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดการแก้ไขปัญหา เพื่อทำให้การปฏิบัติงานบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ การที่จะทำให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ ต้องสางความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ทั้งกรณีของกลุ่มชาติพันธุ์ในเขตป่า ปัญหาคนรุกป่า หรือป่ารุกคน ในภาคต่างๆ จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม