7 เม.ย.64 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564 ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายผ่อนผันให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเป็นกรณีพิเศษในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยคนต่างด้าวต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงการตรวจหาโรคโควิด-19 และดำเนินการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 16 เมษายนนี้ พร้อมทั้งจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย  แต่ด้วยมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้มีข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว รวมถึงจำกัดจำนวนผู้รับบริการในการตรวจสุขภาพและจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคลในแต่ละวัน เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด 

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการของคนต่างด้าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงนายจ้างและสถานประกอบการมีแรงงานในการดำเนินกิจการต่อไปได้ ครม.จึงมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลาการดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) เป็นภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2564 จากเดิมที่ต้องดำเนินการภายในวันที่ 16 เมษายนนี้ และขยายระยะเวลาให้คนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานไปจัดทำทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ออกไปเป็นภายในวันที่  31 มีนาคม 2565 พร้อมกันทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่มีนายจ้างและไม่มีนายจ้าง

นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ณ วันที่ 5 เมษายน 2564 มีคนต่างด้าวตรวจหาเชื้อโควิด-19 และขึ้นทะเบียนประกันสุขภาพแล้วประมาณ 170,000 คน และคนต่างด้าวที่ดำเนินการจัดเก็บอัตลักษณ์บุคคล (Biometrics) แล้วประมาณ 422,000 คน จากจำนวนคนต่างด้าว 3 สัญชาติ ทั้งหมด 654,864 คน