รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ จากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความกรณีที่วันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.2563) ซึ่งเป็นวันที่บ้านเราจะเริ่มเข้าสู่การผ่อนคลายระยะที่ 5 เป็นระยะที่กิจการ และกิจกรรมที่เสี่ยงมาก ๆ อาทิ สถานบันเทิง อาบอบนวด จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง พร้อมเตือนว่า การปลดล็อกระยะที่ 5 นี้แตกต่างจากทุก ๆ ระยะที่ผ่านมา ขอให้ประชาชนการ์ดอย่าตกโดยเด็ดขาด 

 

7 มีนาคม 100,000 ราย

 

4 เมษายน 1,000,000 ราย

 

28 มิถุนายน 10,000,000 ราย


ณ วันนี้ ทั่วโลกมีรายงานการติดเชื้อใหม่ทุกวันรวมถึงประเทศต่างๆ ที่ไทยกำลังจะเปิดรับ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ หลัง 1 กรกฎาคม เราแต่ละคนควรระมัดระวังในการใช้ชีวิต
ครั้งนี้มีทั้งศึกใน ศึกนอก ไม่เหมือนการปลดล็อกทุกระยะที่ผ่านมา

 

เมื่อวานคุยกันที่บ้านว่า แต้มต่อของการรอดของประเทศเราเป็นอย่างไร? ผมคิดอยู่นาน และตัดสินใจตอบดังนี้

 

"หากดูตามหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีมาทั่วโลก คิดว่าน้อยมาก" แต่หากมองว่าไทยเรามีอัตลักษณ์ต่างจากที่อื่น รายละเอียดกำกับการปลดล็อกของเรานั้นมากกว่าที่อื่นหลายต่อหลายประการ และประชาชนเราส่วนใหญ่ยังระแวดระวังอยู่ ทำให้พอเห็นโอกาสมากขึ้นบ้าง เดิมพันจึงอยู่ที่ระบบการคัดกรอง กักตัว และติดตาม ว่าจะมีประสิทธิภาพเพียงพอไหม และปัจจัยสำคัญที่สุดคือ ระดับการ์ดของเราหลัง 1 กรกฎาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สถานศึกษาระดับต่างๆ , หอพัก, โรงแรม, สถานบันเทิง, และแหล่งท่องเที่ยว

 

ยุทธศาสตร์ที่ต้องทำเพิ่มเติมตอนนี้คือ เตรียมระบบดูแลรักษาให้พร้อมที่จะดำเนินการเน้นการทำ early detection and early treatment ภาษานักระบาดคือ secondary prevention
เพราะการระบาดที่เราจะเห็นต่อจากนี้ หากเกิดขึ้นจะไม่ย้อนกลับไปแบบมกราคม แต่จะออกมาในแบบฉับพลันและรุนแรงแบบมีนาคม

 

การจะป้องกันได้ต้องอาศัยทั้งกลไกรัฐที่เข้มแข็ง ตรวจสอบใกล้ชิด และอาศัยการช่วยกันเป็นหูเป็นตาของประชาชนทุกคน ใส่หน้ากากเสมอ , ล้างมือบ่อยๆ , อยู่ห่างจากคนอื่น 1 เมตร , พูดน้อยลงพบปะคนน้อยลงสั้นลง , เลี่ยงที่อโคจร , หมั่นสังเกตอาการตนเองและคนใกล้ชิด ประเทศไทยต้องทำได้ ด้วยรักต่อทุกคน

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat