22 พฤษภาคม 2563 เวลา 09.00 น. ที่ อาคารรัฐสภา สัปปายะสภาสถาน เครือข่ายศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน กว่า 20 คนนำโดย นายคำรณ ชูเดชา ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ได้มาเข้าพบ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นหนังสือแสดงถึงความห่วงใย ตามที่มีความพยายามของบางฝ่ายที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าร่วมในความตกลง CPTPP โดยจะดำเนินการให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบโดยเร็ว เพื่อยื่นขอเข้าร่วมต่อฝ่ายเลขานุการของ CPTPP ให้ทันการประชุมที่จะเกิดขึ้นของสมาชิก CPTPP ในเดือนสิงหาคม 2563 นี้ นั้น

 

ดร.วศิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ความตกลง CPTPP ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการควบคุมยาสูบของประเทศไทย เช่น ปัญหาลำดับศักดิ์ของ ความตกลง CPTPP กับ กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก หรือ FCTC ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ว่า ความตกลงระหว่างประเทศฉบับใดจะมีข้อบังคับเหนือกว่าปัญหาข้อบทว่าด้วยความตกลงอุปสรรคเทคนิคทางการค้า ที่เปิดช่องให้การออกกฎระเบียบใดๆ ภาครัฐต้องให้ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ได้รับผลกระทบจากเรื่องนั้นเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำกฎเกณฑ์ กฎหมายหรือนโยบายต่างๆ ซึ่งกรณีถ้า ต้องการออกมาตรการควบคุมยาสูบใดๆ ซักเรื่อง ก็อาจจะต้องให้บริษัทบุหรี่เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ ซึ่งขัดต่อ FCTC มาตรา 5.3 ชัดเจน ในเรื่องการปกป้องนโยบายควบคุมยาสูบจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ ตลอดจนปัญหาอื่นๆ ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง

 

"การเข้าร่วมความตกลง CPTPP ดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยและประชาชนโดยรวม ในประเด็นเกี่ยวกับ ความมั่นคงทางอาหาร จำกัดมาตรการ CL (compulsory licensing) และการเข้าถึงยา ส่งผลในแง่ลบต่อมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสินค้าอื่นๆ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐ การพิจารณาการเข้าร่วมความตกลงการค้าระหว่างประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆอย่างกว้างขวาง อีกทั้งเกิดขึ้นในสถานการณ์วิกฤติด้านสุขภาพจากการระบาดของ COVID-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังระบบการค้า และเศรษฐกิจของโลกอย่างร้ายแรงนั้น มีความจำเป็นต้องทบทวนหรือยุติเอาไว้ก่อน และเปิดให้มีการระดมความคิดเห็นอย่างกว้างขวางจากประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีปกติใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้พื้นฐานของการมีหลักประกันเกี่ยวกับความมั่นคงทางด้านอาหาร ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนได้อย่างยั่งยืน เป็นสำคัญ"

 

นายคำรณ และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา และเป็นผู้แทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯ มีความกังกลต่อท่าทีรวบรัด ลักไก่ ต่อการเข้าร่วม CPTPP ของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นที่มีผลกระทบต่อการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทย เช่น อาจต้องปรับแก้ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเรื่องรูปภาพคำเตือนบนฉลาก

จึงเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาหารือกับพรรคการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการจัดตั้ง “กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและเสนอแนะทางนโยบายต่อกรณีการเข้าร่วม CPTPP ภายใต้บริบทใหม่ของสถานการณ์วิกฤติด้านสุขภาพและวิกฤติเศรษฐกิจอันเนื่องจาก COVID-19” โดยเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและเสนอแนะดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้คำแนะนำต่อรัฐบาลและเป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจของสภาผู้แทนราษฎรเอง ในการพิจารณาให้ความเห็นในการเข้าร่วมความตกลงการค้าระหว่างประเทศ ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ โดยทางเครือข่ายฯ จะติดตามการทำงาน และเป็นกำลังใจต่อบทบาทสภาผู้แทนฯต่อเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

 

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย

 

หยุดลักไก่ CPTPP เอฟทีเอว๊อทซ์ จี้ ชวน ตั้ง กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลดี - เสีย