เมื่อวันที่ 6 เมษายน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลเชื้อไวรัสโคโรนาของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ รายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ลุกลามไปแล้ว 208 ประเทศ ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 1,270,653 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 69,376 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 261,207 ราย

 

 

 

          ทั้งนี้ ประเทศที่มีผู้ป่วยสะสมมากที่สุดคือสหรัฐ ประมาณ 337,000 คน ตามด้วยสเปนประมาณ 131,000 คน อิตาลีเกือบ 129,000 คน และเยอรมนีประมาณ 100,000 คน ขณะที่ประเทศซึ่งมีผู้เสียชีวิตสะสมมากที่สุดคือ สหรัฐ ด้วยจำนวนมากกว่า 9,600 คน ตามด้วยอิตาลีคือเกือบ 16,000 คน สเปนมากกว่า 12,600 คน และฝรั่งเศสมากกว่า 8,000 คน

หามนายกฯอังกฤษส่งรพ.
          สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน หลังจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้นำอังกฤษรายนี้ ยอมรับว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโควิด -19 ถือเป็นผู้นำคนแรกของโลกที่ตรวจพบเชื้อนี้

          ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า การนำตัวนายจอห์นสันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจอาการและเป็นการป้องกันล่วงหน้า ไม่ได้มีเหตุฉุกเฉินแต่อย่างใด แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่านายจอห์นสันเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดในกรุงลอนดอน

          อย่างไรก็ตาม ในช่วงกักตัวเอง 14 วันนั้น นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ยังคงทำหน้าที่บริหารประเทศผ่านการประชุมแบบวิดีโอคอล และมีการเผยแพร่วิดีโอการทำงานของเขาให้สาธารณชนได้รับรู้ตลอดช่วง 10 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ล่าสุดอังกฤษมีจำนวนผู้ติดเชื้อรวมที่ 48,440 คน เสียชีวิต 4,943 คน

สหรัฐวิกฤติผู้เสียชีวิตแน่นห้องเย็น
          สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐเข้าสู่สัปดาห์คาดหมายว่า อาจจะหนักหนาสาหัสที่สุด หลังจากมียอดผู้เสียชีวิตเกิน 9,500 รายแล้ว พร้อมกับจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มเกิน 3.3 แสนราย ซึ่งผู้ว่าการมลรัฐไม่กี่แห่ง มีความอดทนใช้มาตรการสั่งให้ประชาชนเก็บตัวอยู่ในบ้าน อีกทั้งยังมีโบสถ์หลายแห่งประกอบพิธีปาล์ม ซันเดย์ ของชาวคริสต์

          มีรายงานว่า จำนวนยอดผู้เสียชีวิตที่รัฐนิวยอร์ก ศูนยกลางการระบาดของสหรัฐลดลงเล็กน้อย แต่ยังมีจำนวนสูงเกือบ 600 รายภายในวันเดียว ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อภายในวันเดียวเพิ่มถึง 7,300 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อของรัฐนิวยอร์กเพิ่มเป็น 122,000 ราย และเสียชีวิตแล้ว 1,459 ราย ขณะที่รัฐเพนซิลเวเนีย รัฐโคโลราโด และวอชิงตัน ดี.ซี. เริ่มมีภาพที่น่าสลดใจ และบ่งชี้ว่า สัปดาห์มรณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงว่าจะเป็นสัปดาห์ที่หนักที่สุดมาถึงแล้ว คือมีศพจำนวนมาก ที่เจ้าหน้าที่เร่งบรรจุในถุงสีแสด และใส่ไว้ในห้องเก็บศพของศูนย์วีกคอฟฟ์ เต็มแน่นห้อง

          อย่างไรก็ตาม นายแอนดรูว์ คูโมโอ ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก กล่าวยืนยันว่า การตรวจเชื้ออย่างรวดเร็วจะช่วยให้ประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติได้เร็ว

ผบ.เรือธีโอดอร์ฯติดโควิด-19
          ขณะเดียวกันมีรายงานว่า หลังจากผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ทำหนังสือถึงหน่วยเหนือช่วยลูกเรือนับพันนายพ้นวิกฤติไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) บนเรือบรรทุกเครื่องบินและโดนปลด ล่าสุดผลตรวจพบผู้การติดเชื้อด้วย

          น.อ.เบรตต์ โครเซอร์ ผู้บังคับการเรือบรรทุกเครื่องบิน ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ที่ร่อนหนังสือถึงต้นสังกัด เรียกร้องให้ตัดสินใจเร่งด่วนช่วยชีวิตลูกเรือจากเชื้อโรคโควิด-19 แพร่ระบาด ก่อนถูกปลดจากตำแหน่ง ล่าสุดพบว่า น.อ.โครเซอร์มีผลตรวจเป็นบวก

          นิวยอร์กไทมส์ อ้างเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยกองทัพเรือที่สนิทสนมกับครอบครัวของน.อ.โครเซอร์ว่า เริ่มมีอาการตั้งแต่ก่อนถูกปลดจากตำแหน่งเมื่อวันพฤหัสบดี แต่ไม่ทราบอาการแน่ชัด
          โทมัส มอดลีย์ รักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐ ตัดสินใจปลด น.อ.โครเซอร์ จากผู้บังคับการเรือเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว โดยให้เหตุผลว่า โครเซอร์มีวิจารณญาณที่แย่ ดำเนินการนอกสายบังคับบัญชาและปล่อยบันทึกช่วยจำหลุดออกมานอกระบบความมั่นคง

เสือโคร่งในนิวยอร์กติดโควิด-19
          เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อวันที่ 6 เมษายนระบุว่า “นาเดีย” เสือโคร่งมาลายัน วัย 4 ปี แห่งสวนสัตว์บรองซ์ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากมีอาการไอแห้งๆ และกินอาหารน้อยลง กลายเป็นเสือตัวแรกของโลกที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

          สวนสัตว์ออกแถลงการณ์ระบุว่า มีการเก็บตัวอย่างไปตรวจหาเชื้อหลังจาก นาเดีย และเสือ และสิงโตอีก 5 ตัว มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ กินอาหารน้อยลง อย่างไรก็ตามสวนสัตว์บรองซ์ ซึ่งปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมาระบุว่า นาเดีย ติดเชื้อไวรัสจากคนเลี้ยงที่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่แสดงอาการ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเสือจะมีอาการอย่างไรหลังจากติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจำเป็นต้องสังเกตอาการต่อไป

หมอโปรตุเกสติดเชื้อกว่า1,300ราย
          นางมาร์ตา เตมีโด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโปรตุเกส ออกมายอมรับเมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน ว่า มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 1,332 ราย

          นางเตมีโด กล่าวว่า ในบรรดาบุคลากรที่ติดเชื้อ ประกอบด้วยแพทย์ 231 ราย พยาบาล 339 ราย และเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานในโรงพยาบาลจากสาขาอื่นๆ อีก 762 ราย พร้อมเสริมว่า รัฐบาลได้ว่าจ้างพยาบาลเพิ่มเติมอีก 500 ราย เพื่อเข้ามาสนับสนุนงานต่อสู้กับโรคระบาดแล้ว

          นางเตมีโด ระบุว่า กระทรวงกำลังทำงานเพื่อหาว่ามีจุดอ่อนในการคุ้มครองผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้หรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้คลินิกและหน่วยงานสุขภาพต่างๆ เพิ่มความพยายามเป็นเท่าตัว ในการพิจารณาผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยระบุว่าผู้ที่สามารถรับการรักษาในโรงพยาบาลได้ต้องเป็นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะวิกฤตเท่านั้น เพื่อรับประกันว่าสถานบริการด้านสุขภาพ จะสามารถดำเนินงานได้ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นจ่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
          สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ มีแผนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 7 เมษายน เพื่อยกระดับสกัดกั้นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังยอดผู้ติดเชื้อสะสมเฉพาะในกรุงโตเกียวพุ่งทะลุ 1,000 คน

          หนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุนรายงานว่า นายกฯ อาเบะ อาจแถลงเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินภายในวันที่ 6 เมษายน ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดระบุว่ามาตรการดังกล่าวอาจมีผลบังคับตั้งแต่วันพุธที่ 8 เมษายน เป็นต้นไป เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นเผชิญแรงกดดันหนักขึ้นให้ต้องใช้มาตรการเข้มข้นกว่าเดิมเพื่อหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะเขตเมืองหลวง ซึ่งขณะนี้เริ่มมีผู้ป่วยจำนวนมากที่สืบหาแหล่งต้นตอไม่ได้

          ยูริโกะ โคอิเกะ นายกเทศมนตรีกรุงโตเกียว ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เธอสนับสนุนให้รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบังคับให้ประชาชนทำตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (social-distancing) จากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (6เม.ย.) พบว่าญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 3,654 ราย เสียชีวิต 85 ราย

เกาหลีใต้ใกล้ชนะ
         นอกจากนี้สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19รายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 47 รายในวันที่ 6 เมษายน ต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังผ่านจุดพีคสุดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในแดนโสมซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในเอเชียรองจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีแนวโน้มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ยืนยันยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 47 ราย ลดลงเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับสถิติ 81 รายเมื่อ 1 วันก่อนหน้า ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในเกาหลีใต้อยู่ที่ 10,284 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 รายมาอยู่ที่ 186 ราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายดีแล้วเพิ่มขึ้น 135 ราย รวมเป็น 6,598 ราย

          เกาหลีใต้ถือว่าประสบความสำเร็จในควบคุมโรคระบาดครั้งนี้ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันลดลงเหลือเพียงราวๆ 100 คนหรือต่ำกว่า ทว่าวันนี้เป็นวันแรกที่มีผู้ติดเชื้อใหม่ไม่ถึง 50 คน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่โสมขาวยังคงเฝ้าระวังการแพร่เชื้อแบบกลุ่มตามโบสถ์, โรงพยาบาล หรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ รวมถึงผู้เดินทางจากต่างประเทศที่อาจนำไวรัสเข้ามาแพร่ ขณะเดียวกันรัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันที่ 4 เมษายน ให้ขยายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมแบบเข้มงวดออกไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์

แพทย์อินโดฯตาย18ราย
          สมาคมการแพทย์อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า มีแพทย์ 18 ราย เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 เบื้องต้นสันนิษฐานว่าติดเชื้อระหว่างทำการรักษาผู้ป่วยภายในโรงพยาบาล 

          ทั้งนี้ สมาคมการแพทย์อินโดนีเซียยืนยันว่า แพทย์และโรงพยาบาลได้พยายามปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ แม้จะประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกันตัวเองจากผู้ป่วยโรคโควิด-19

 

 


 

เอกวาดอร์ผลิตโลงศพไม่ทัน
          หน่วยงานบริหารท้องถิ่นเมืองกัวยากิล เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศเอกวาดอร์ ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เกิดปัญหาโลงศพขาดแคลนภายในท้องถิ่น ทำให้ประชาชนต้องหันไปใช้กล่องกระดาษใส่ศพแทน

          โดยเวลานี้ทางการได้รับบริจาคโลงศพกระดาษจากผู้ผลิตในท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นโลงศพสำหรับผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 1,000 โลง ขณะที่เจ้าของธุรกิจด้านโลงศพระบุว่าเวลานี้ไม่สามารถผลิตโลงศพให้พอกับความต้องการในเวลานี้ได้เนื่องจากขาดวัตถุดิบอย่างไม้และเหล็ก ผลจากการประกาศเคอร์ฟิวระยะเวลา 15 ชั่วโมงต่อวัน

          รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าพบศพผู้เสียชีวิตถูกทิ้งไว้บนถนนเป็นจำนวนมากในเมืองกัวยากิล เมืองซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดหนักที่สุดในเวลานี้ ทั้งนี้เอกวาดอร์ มีรายงานผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 3,600 คนและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 180 ราย

โควิดคร่าอดีตนายกฯลิเบีย
          สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นายมาห์มูด จิบริล อดีตผู้นำสภาเปลี่ยนผ่านอำนาจแห่งชาติ (เอ็นทีซี) และอดีตนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศลิเบีย เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน หลังจากเขาได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในวันที่ 26 มีนาคม และต้องกักตัวในเมืองหลวงของอียิปต์

          นายจิบริล เป็นนักการเมืองที่ศึกษาในชาติตะวันตก ไปเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏต่อต้านพันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำเผด็จการของลิเบีย ในการปฏิวัติ “อาหรับสปริง” เมื่อปี 2554 และเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการนาน 7 เดือนจนถึงเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ก่อนที่พรรคพันธมิตรกองกำลังแห่งชาติ (เอ็นเอฟเอ) ของนายจิบริล จะผลักดันให้เกิดการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกในรับหลายทศวรรษของลิเบียในปี 2555

อิตาลียอดดับต่ำสุดเกือบ3สัปดาห์
          สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของอิตาลีรายงานว่าช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 525 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 1 วัน ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม

          ยอดผู้เสียชีวิตใน 1 วันของอิตาลีพุ่งสูงสุดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ด้วยตัวเลข 969 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตหลังจากนั้นลดลง 5 วัน ในระยะเวลา 9 วัน ซึ่งอิตาลีพบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ และยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ 15,887 ราย สูงกว่าสถิติของทางการในทุกประเทศทั่วโลก

          สถิติเมื่อวันที่ 5 เมษายน ระบุว่าอิตาลีมีผู้ป่วยสะสม 128,948 ราย สูงขึ้นจากตัวเลข 124,632 รายในวันที่ 4 เมาายน ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยังมีอาการป่วยรวมอยู่ที่ 91,246 ราย สูงขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ 88,274 ราย ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดเป็นผู้ที่มีอาการและเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 28,949 ราย, อาการหนักและอยู่ภายใต้การดูแลใกล้ชิด 3,977 ราย ส่วนผู้ป่วยรายอื่นๆ เกือบ 60,000 รายอยู่ในช่วงพักฟื้นและกักตัวอยู่ที่บ้าน ส่วนยอดผู้ที่หายจากอาการป่วยในวันที่ 5 เมษายน สูงขึ้น 819 ราย แตะที่ 21,815 ราย น้อยกว่าตัวเลขเดียวกันในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนหน้า ซึ่งอยู่ที่ 1,238 ราย

ยุโรปจ่อผ่อนคลาย“ล็อกดาวน์”
          เว็บไซต์ข่าวหนังสือพิมพ์ของอังกฤษ เสนอข่าวเมื่อวันที่ 5 เมษายน ระบุว่า รัฐบาลหลายประเทศในทวีปยุโรป มีแนวโน้มทยอยผ่อนคลายมาตรการ “ล็อกดาวน์” ปิดบ้าน-ปิดเมือง เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังใช้มานานหลายสัปดาห์ อาทิ ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียมและฟินแลนด์ จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้สถาบันการศึกษารวมถึงธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดทำการได้ โดยต้องระวังไม่ให้เกิดการระบาดใหญ่อีกครั้ง

          เปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีของสเปน เปิดเผยว่า มาตรการล็อกดาวน์ได้ขยายต่อไปจากวันที่ 14 เมษายน เป็น 26 เมษายน แต่ข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจบางอย่างจะถูกยกเลิกหลังเทศกาลอีสเตอร์ อย่างไรก็ตาม สำหรับอิตาลี แม้จำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 จะลดลง แต่ก็คาดว่าจะยังคงขยายมาตรการล็อกดาวน์ต่อไป โดย โรแบร์โต สเปรันซา รัฐมนตรีสาธารณสุขของอิตาลี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังวางแผนรับมือการระบาดระลอก 2 หากผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ

          รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ที่อังกฤษ มาตรการล็อกดาวน์ที่ออกโดยนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน ใกล้จะครบ 2 สัปดาห์ แต่รัฐมนตรีสาธารณสุข แมทท์ แฮนค็อก เตือนว่ากฎระเบียบอาจทำให้รัฐกุมขึ้น หลังพบยังมีผู้ฝ่าฝืน เช่น ออกมาอาบแดดหรือปิกนิกในสวนสาธารณะ ซึ่งประกาศล็อกดาวน์ที่ใช้ในปัจจุบันแม้จะอนุญาตให้ประชาชนออกจากบ้านมาออกกำลังกายได้ แต่ไม่รวมถึงกิจกรรมสันทนาการรวมถึงการชุมนุมจับกลุ่ม ซึ่ง แฮนค็อก กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศฉบับใหม่จะห้ามออกกำลังกายทุกประเภทหากยังมีผู้ฝ่าฝืน