เมื่อวันที่ 31 มีนาคม กระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมาร์แถลงว่า มีชาวเมียนมาร์เสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นรายแรกของประเทศแล้ว โดยเป็นชายอายุ 69 ปี เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลเวบาจี ในนครย่างกุ้ง เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น.วันเดียวกันนี้ โดยชายชาวเมียนมาร์รายนี้เดินทางกลับมาจากออสเตรเลียถึงประเทศเมียนมาร์เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ที่ผ่านมา และได้แวะหยุดพักที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 4 วัน ผู้เสียชีวิตรายนี้เริ่มมีอาการป่วยในวันที่ 18 มีนาคม ก่อนจะเข้ารักษาตัวในหอผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลย่างกุ้ง เจเนอรัล เมื่อวันที่ 25 มีนาคมและได้รับการยืนยันในอีกหนึ่งวันต่อมาว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

 

          ขณะที่ทางการเมียนมาร์รายงานพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 4 ราย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั้งประเทศเพิ่มเป็น 14 ราย และในวันก่อนหน้านั้นรัฐบาลเมียนมาร์ประกาศมาตรการคุมเข้มการเดินทางเข้าประเทศสูงสุดด้วยการห้ามเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศลงจอดที่สนามบินทุกแห่งในเมียนมาร์ ทั้งนี้เพื่อสกัดยับยั้งการนำผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเข้าประเทศ

“อิตาลี”ขยายเวลาปิดเมือง
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าสำนักงานป้องกันพลเรือนของอิตาลีเปิดเผยในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม ว่าพบผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้น 812 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมเป็น 11,591 คนแล้ว หมายความว่าอัตราการเสียชีวิตรายวันกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากลดลง 2 วันติดต่อกัน

           ด้านนายโรแบร์โต เอสเปอแรนซา รมว.สาธารณสุขของอิตาลี แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่ามาตรการปิดเมืองและข้อจำกัดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่ต้นเดือนนี้ จะมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงวันอีสเตอร์ คือวันที่ 12 เมษายนนี้ “เป็นอย่างน้อย” นานขึ้นราว 1 สัปดาห์จากกำหนดการเดิม คือจะสิ้นสุดในวันที่ 3 เมษายนนี้

โจรแสบบุกโมยภาพแวนโก๊ะ
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ซิงเงอร์ลาเรน ทางตะวันออกของกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เผยว่า ภาพวาด Spring Garden (สวนใบไม้ผลิ) ของนายวินเซนต์ ฟาน คก (แวน โก๊ะ) ศิลปินชื่อดังระดับโลก หายไปจากพิพิธภัณฑ์เมื่อเวลาก่อนเช้ามืดวันที่ 30 มีนาคม ตามเวลาท้องถิ่น เหตุนี้เกิดขึ้นในช่วงที่พิพิธภัณฑ์กำลังปิดให้บริการจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 โดยคนร้ายได้ทุบกระจกหน้าพิพิธภัณฑ์และหยิบภาพวาดดังกล่าวไป ขณะที่สัญญาณกันขโมยได้ส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเกิดเหตุแต่คนร้ายหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุก่อนที่ตำรวจจะมาถึง ซึ่งผู้อำนวยการประจำพิพิธภัณฑ์เชื่อว่าไม่มีงานศิลปะชิ้นอื่นถูกขโมยไปอีก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดและสอบปากคำประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ

          นายเอเวิร์ต ฟาน ออส ผู้อำนวยการทั่วไปของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า พิพิธภัณฑ์รู้สึกโกรธมากที่มีผู้กระทำเช่นนี้ ขณะเดียวกันนายยาน รูดอล์ฟ เด ลอร์ม ผู้อำนวยการ กล่าวว่ารู้สึกตกใจมากและไม่พอใจสุดๆ ที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

สหรัฐตายติดเชื้อกว่า 1.6 แสนราย
          มีรายงานเพิ่มเติมว่ามหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา แจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ตอนนี้อยู่ที่ 3,008 รายแล้ว ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 163,429 ราย ซึ่งถือว่ามากที่สุดในโลก

          ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ยกเลิกแผนที่จะเปิดงานเทศกาลอีสเตอร์ในวันที่ 12 เมษายน และยืดระยะเวลาในการรณรงค์เรื่องการ “เว้นระยะห่างทางสังคม” ออกไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน หลังจากนักวิทยาศาสตร์ระดับสูงนำเสนอข้อมูลให้ทรัมป์เกี่ยวกับวิกฤติไวรัสที่เพิ่มมากขึ้น

วอชิงตันสั่งอยู่บ้านฝ่าฝืนคุก90วัน
          ด้านมูเรียล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันดีซี เมืองหลวงของสหรัฐ มีคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) โดยจะออกจากบ้านได้หากมีความจำเป็นเท่านั้นเนื่องจากตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในกรุงวอชิงตันดีซี และภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ จึงมีคำสั่งให้ประชาชนทุกคนในเขตโคลัมเบียอยู่แต่ในบ้าน ยกเว้นเมื่อมีกิจจำเป็น ซึ่งรวมถึงการออกจากบ้านเพื่อซื้ออาหารและสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เข้ารับการรักษาทางการแพทย์ ติดต่องานราชการ หรือทำธุรกิจหรือการเดินทางที่จำเป็น" นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันดีซีระบุในแถลงการณ์ ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญา โดยอาจถูกปรับเป็นเงินสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ จำคุกสูงสูด 90 วัน หรือทั้งจำทั้งปรับ
 

 

 

 

‘ไอ’ใส่ตำรวจจำคุกสูงสุด 2 ปี
          ทางการเบลเยียมประกาศมาตรการลงโทษหนักต่อใครก็ตามที่ถ่มน้ำลายใส่ตำรวจ ด้วยโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี เพราะเข้าข่ายโจมตีด้วยสารอันตราย ซึ่งถือเป็นมาตรการคุมเข้มท่ามกลางภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 7 รายในเมืองแอนต์เวิร์ป โดยคำสั่งนี้จะใช้กับใครก็ตามที่พยายามถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายซึ่งขณะนี้กำหนดให้การถ่มน้ำลายถือเป็นการละเมิดกฎหมายด้วย

‘ฝรั่งเศส’ตายวันเดียว400ศพ
          ด้านสถานการณ์แพร่ระบาดในประเทศฝรั่งเศส พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 20,946 คน นอนรักษาตัวอาการติดเชื้อโควิด-19 ตามโรงพยาบาลต่างๆ ในฝรั่งเศส ในนั้น 5,056 รายอยู่ในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) โดยยอดรวมผู้เสียชีวิต 3,024 คนในฝรั่งเศส นับเฉพาะเหยื่อที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลและยังไม่นับรวมผู้ติดเชื้อที่ตายอยู่ที่บ้าน หรือในบ้านพักคนชรา อย่างไรก็ตามด้วยตัวเลขนี้ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกินกว่า 3,000 คน ตามหลังอิตาลี (11,591 คน), สเปน (7,340 คน) และจีน (3,304 คน)

          นายเฌอโรม ซาโลมง ผู้อำนวยการสำนักงานสุขภาพแห่งฝรั่งเศส เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม ว่ามีผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ในประเทศถึง 418 รายภายในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดของประเทศนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้น

ยูเอ็นร้องขอเงิน 6,560 ล้านล้านช่วย
          สหประชาชาติออกมาร้องขอเงินช่วยเหลือมูลค่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,560 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนารับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกอย่างหนัก โดยการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรืออังค์ถัด ออกรายงานระบุว่า ขณะนี้ 2 ใน 3 ของประชากรโลกที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งไม่รวมจีน กำลังเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อันเนื่องมาจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ประชาคมระหว่างประเทศจะต้องร่วมมือกันในการออกมาตรการกอบกู้เศรษฐกิจที่มีความเหมาะสม ภายใต้การทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับช่องว่างทางเศรษฐกิจซึ่งทำให้ประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากกำลังจะต้องประสบพบเจอในเร็วๆ นี้

‘โควิด’คร่า 37,638 ชีวิตทั่วโลก
          ผู้สื่อข่าวรายงานการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั่วโลกยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 37,638 รายโดยอิตาลียังคงมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่ 11,591 ตามด้วยสเปนที่ 7,716 จีน 3,308 ฝรั่งเศส 3,024 สหรัฐ 3,008 อิหร่าน 2,757 และอังกฤษ 1,408 ส่วนผู้ติดเชื้อทั่วโลกอยู่ที่ 784,314 คนโดยพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในสหรัฐที่ 163,429 ตามด้วยอิตาลี 101,739 สเปน 87,956 จีน 82,199 เยอรมนี 66,885 ฝรั่งเศส 45,170 อิหร่าน 41,495 อังกฤษ 22,435 สวิตเซอร์แลนด์ 15,922 เบลเยียม 11,899 เนเธอร์แลนด์ 11,817 และตุรกี 10,827