ปัจจุบันเรียกได้ว่าอินเทอร์เน็ตนั้นเข้าถึงผู้คนหมู่มากในประเทศไทย จากสถิติของ WeAreSocial และ Hootsuite ระบุว่าคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง 75% ของจำนวนประกรในประเทศ ซึ่งส่งผลให้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็นแฝงอยู่ในทุกสิ่ง หรือที่เรียกว่า “Internet of Things (IoT)

 

"CAT เพาะพันธุ์ดี" เสริมการเรียนรู้เกษตรยุคใหม่

 

Internet of Things (IoT) คือ การเชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยแต่ละอุปกรณ์สามารถเชื่อมโยงและส่งข้อมูลหากันได้โดยที่ไม่ต้องป้อนข้อมูลให้ยุ่งยาก ซึ่ง IoT นั้นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น บ้านอัจฉริยะที่เราสามารถควบคุมน้ำ ไฟฟ้า การเปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านได้ เป็นต้น 

 

บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT มองเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของ เทคโนโลยี IoT จึงก่อให้เกิดเป็นโครงการ “CAT เพาะพันธุ์ดี” ขึ้นมาโครงการ  “CAT เพาะพันธุ์ดี” ตั้งเป้านำเทคโนโลยี IoT เข้าพัฒนาภาคการเกษตรท้องถิ่นระดับชุมชน รวมถึงสาธิตการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการเกษตร เพื่อให้เห็นภาพชัด และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงโดยเริ่มต้นจากการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่ เกษตรยุค 4.0 ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเพาะปลูกมีประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้เยาวชนตลอดจนกลุ่มเกษตรกรสามารถสร้างผลผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำลงแต่มีปริมาณมากขึ้นนั่นเอง

 

"CAT เพาะพันธุ์ดี" เสริมการเรียนรู้เกษตรยุคใหม่

 

พันเอกสรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเจตนารมณ์ในการจัดทำ Smart Farm โดยใช้โครงข่าย LoRaWAN ในโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี ว่า CAT ดำเนินโครงการดังกล่าวในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ดูแลและให้บริการด้านสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลักของ CAT คือให้นักเรียนได้ใกล้ชิดและเข้าใจเทคโนโลยีในการนำมาใช้กับ Smart Farm เพราะบทบาทสำคัญของ CAT ประการหนึ่งก็คือการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและช่วยให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น การนำความรู้เข้าสู่โรงเรียนจะช่วยขยายผลถ่ายทอดต่อไปยังชุมชนได้อีกทางหนึ่ง โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการให้แก่โรงเรียนต้นแบบในทุกภาครวมจำนวน 7 แห่ง และ CAT จะขยายต่อไปอีก เรื่อยๆ รวมทั้งวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวกันเราก็ยังคอยกลับมาดูแลโรงเรียนที่ดำเนินการไปแล้วให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ในอนาคต CAT ตั้งใจว่าจะพัฒนาให้เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ไม่ต้องใช้คนดูแล เพียงเราระบุชนิดของพืชที่ปลูก ระบบก็สามารถควบคุมและสั่งการในการดูแลอย่างเหมาะสมได้เองเลยและหวังว่าโครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคการเกษตรของประเทศมีความก้าวหน้าและยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี IoT

 

"CAT เพาะพันธุ์ดี" เสริมการเรียนรู้เกษตรยุคใหม่

 

สำหรับ “CAT เพาะพันธุ์ดี” เริ่มต้นจากพัฒนาภาคการเกษตรท้องถิ่นระดับชุมชนและสาธิตวิธีการใช้งานอุปกรณ์การทำเกษตรในยุคดิจิทัลให้กับโรงเรียน ทั้งยังปลูกฝังให้น้องๆ เยาวชนรักและสนใจในการทำอาชีพเกษตรกรรมเพื่อนำพัฒนาท้องถิ่นต่อไป จาก 7 โรงเรียนทั่วประเทศได้แก่ 

 

1. โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี
2. โรงเรียนบ้านปรือวายใหญ่ จังหวัดปราจีนบุรี 
3. โรงเรียนวัดหุบรัก(ไพรประชาอุปถัมภ์) จังหวัดนครปฐม 
4. โรงเรียนสันป่าตองวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่
5. โรงเรียนบ้านกำแพงเพชร จังหวัดสงขลา 
6.  โรงเรียนมัธยมหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ จังหวัดนครราชสีมา 
7. โรงเรียนสระพังวิทยาคม จังหวัดชัยภูมิ 

 

 

"CAT เพาะพันธุ์ดี" เสริมการเรียนรู้เกษตรยุคใหม่

 

โดย CAT ได้นำเทคโนโลยี Digital Farm เช่น อุปกรณ์เซ็นเซอร์ควบคุมระบบน้ำ ความชื้น การให้ปู๋ยโซลาร์เซลล์ ตลอดจนกล้องวงจรปิดมอบให้กับโรงเรียนเพื่อให้เด็กนักเรียนและบุคคลากรได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการทำ Digital Farm และมีความเข้าใจในการใช้งานจริง โดยควบคุมแอปพลิเคชันผ่านสมาร์ตโฟน โดยสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพให้แก่ครอบครัวและชุมชมเพราะเหล่ายุวเกษตรเหล่านี้เองคือเมล็ดพันธุ์ที่ CAT บ่มเพาะและกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และยังได้จัดอบรมให้ความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน จนถึงการต่อยอดเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่ ขับเคลื่อนและสนับสนุนเกษตร 4.0 เสริมสร้างให้ชุมชนเข้มแข็งต่อไป

 

เรียกได้ว่า “โครงการ CAT เพาะพันธุ์ดี” เป็นโครงการที่เข้ามาช่วยพัฒนา “ระบบการเกษตรของไทย” ให้ก้าวไกลไปอีกขั้นและตามทันเทคโนโลยีโลกอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น…หากอยากติดตามกิจกรรมดีๆ แบบนี้ สามารถติดตามได้ที่  https://www.facebook.com/CATCSRCSV/