นายศิริชัย วัฒนโยธิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ ออกมาแสดงความคิดเห็นกรณีที่ นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ยิงตัวเองหลังตัดสินคดีความ ในฐานะที่เคยอยู่ในวงการตุลาการมาก่อน ว่า

 

 

 

              ตามหลักผู้พิพากษาจะเป็นอิสระ การเขียนคำพิพากษาไม่ได้อยู่ในสายงานของผู้บังคับบัญชา แม้จะมีการเข้ามาดูแลควบคุมบ้างก็ตาม แต่ศาลชั้นต้น จะมีอธิบดีผู้พิพากษาภาคเข้ามาดูแล และตรวจสำนวนที่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยก็จะมีการทักท้วง เช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ซึ่งเป็นระบบที่มีมานานแล้ว ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแรงกดดันของแต่ละบุคคลด้วย

              มองว่า คดีที่จังหวัดยะลาไม่ได้เป็นการแทรกแซงองค์กรตุลาการ เพราะยังอยู่ในระเบียบข้อบังคับที่ทำได้ในการเรียกตรวจสำนวน เพราะกรณีนี้ยังไม่ปรากฏว่าอธิบดีผู้พิพากษาไปรับคำสั่งใครให้มากดดันลงโทษจำเลย

              ส่วนกรณีผู้พิพากษาพกพาอาวุธปืนเข้าไปในศาลได้จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์นั้น นายศิริชัย ชี้แจงว่า ตามระเบียบของศาลในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่พิเศษที่ยินยอมให้มีอาวุธปืนไว้ประจำกายเอาไว้ป้องกันตัวได้

              ทั้งนี้ อดีตประธานศาลอุทธรณ์ เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขพระธรรมนูญของศาลยุติธรรม ตามที่ นายคณากร เสนอ โดยให้การเขียนคำพิพากษาเป็นสิทธิ์ของศาลนั้นๆ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสายบังคับบัญชา

              และการที่ออกมาแถลงข่าว เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก เพราะการรับแรงกดดันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และความเห็นของการตัดสินแต่ละคนไม่เหมือนกัน และจะมีวิธีป้องกันแก้ไขอย่างไรไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ มองว่าบุคคลที่จะมาเป็นอธิบดีผู้พิพากษาภาคต้องเป็นบุคคลที่ใจเย็น และประนีประนอม อย่าใช้อำนาจในทางที่รุนแรง

              และไม่อยากให้นำประเด็นของนายคณากร หรือสถาบันตุลาการ ไปเชื่อมโยงการเมือง เพราะส่วนตัวยังหวังว่าต้องการให้ศาลกลับมาเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง