เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563 - นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.​พรรคเพื่อไทย ฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราฎร รับหนังสือร้องเรียนจาก นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อให้พิจารณาส่งเรื่องไปยังกระทรวงพลังงานและบริษัท ปตท.​จำกัด (มหาชน) เพื่อให้พิจารณาลดค่าก๊าซเอ็นจีวี ในอุตสาหกรรมขนส่ง เป็นจำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ของค่าน้ำมันดีเซล จากปัจจุบันที่มีราคาสูง ลิตรละ 15.35 บาท ทำให้เป็นต้นทุนค่าขนส่ง และสินค้ามีมูลค่าสูง รวมถึงสร้างผลกระทบต่อราคาค่าขนส่งและสินค้า โดยล่าสุดผู้ประกอบการขนส่งในเครือข่ายที่มีรถบรรทุกในสังกัด กว่าแสนคัน ได้รับผลกระทบต้องหยุดวิ่ง และคงเหลือรถบรรทุกที่วิ่งบริการเพียง 20,000 คันเท่านั้น

 

          ทั้งนี้นายจิรายุ กล่าวว่า หลังจากที่รับหนังสือแล้ว ตนจะทำหนังสือไปยังนายสนธิรัตน์ สนธิจิราวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ ผู้บริหารของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อให้พิจารณาในมาตรการตามที่มีผู้ร้องเรียน แม้ระหว่างนี้ที่กมธ.ฯ ไม่มีการประชุม แต่ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตามตนมองว่าการลดภาระค่าต้นทุนของกลุ่มขนส่ง ผ่านการสนับสนุนให้เติมเชื้อเพลิงเอ็นจีวีนั้น จะทำให้ลดปัญหาฝุ่นพิษ หรือ พีเอ็ม 2.5 ได้ และช่วยด้านราคาสินค้าให้กับประชาชนช่วงที่ต้องกักตัวเองและนิยมส่งอาหารเพื่อรับประทานที่บ้านพัก ทั้งนี้บริษัท ปตท.​ควรสนับสนุนเรื่องกล่าวมากกว่า การทำโครงการแจกเจลล้างมือ หรือแจกหน้ากากอนามัยเท่านั้น 

 

          นายจิรายุ กล่าวด้วยว่า ในฐานะที่กมธ.ฯ​มีอำนาจตรวจสอบรัฐวิสาหกิจ กมธ. เตรียมจัดประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ เพื่อตรวจสอบความไม่ปกติของกลุ่ม ปตท. โดยเฉพาะ กลุ่ม ปตท.​โออาร์ ที่เตรียมเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยตนจะทำหนังสือไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อให้ยุติการให้ ปตท.​โออาร์ เข้าแทรดในตลาด จนกว่ากมธ.ฯจะตรวจสอบข้อพิรุธแล้วเสร็จ ทั้งนี้ก่อนหน้าที่กมธ.ฯ​เคย ให้ กลุ่มปตท.​โออาร์ ชี้แจง แต่พบการบ่ายเบี่ยง ระบุว่ากมธ.​ไม่มีอำนาจ แต่ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ตอบจดหมายมายังกมธ.ฯ ระบุว่ากมธ.มีอำนาจที่จะตรวจสอบรัฐวิสาหกิจได้