นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุุ๊กส่วนตัว ใจความว่า เพียงคืนแรกมีประชาชนลงทะเบียนขอความช่วยเหลือ 5,000 บาท กว่า 10 ล้านคน (ตัวเลข ณ เวลา 8.00 น.29 มี.ค.2563) ในขณะที่รัฐบาลเตรียมงบประมาณไว้เพื่อ 3 ล้านคน

      อ่านข่าว: ด่วน ไทยติดเชื้อเพิ่ม 136 ราย ยอดสะสม 1,524 ราย

ขอยํ้าอีกครั้งครับว่า รัฐบาลต้องเพิ่มวงเงินเพื่อดูแลผู้เดือดร้อนให้ทั่วถึง ผู้เดือดร้อนมีมากกว่า 3 ล้านคนแน่นอน และรัฐบาลจะถูกกล่าวหาว่าคัดเลือกผู้ได้สิทธิอย่างไม่เป็นธรรม

และนี่ยังไม่นับถึงผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อีกจำนวนมากที่ถูกลดเงินเดือน หรือถูกพักงาน และไม่เข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือตามมาตรการของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะพนักงานกลุ่มภาคการท่องเที่ยว และบริการทั้งหมด

 

"กรณ์"แนะรัฐบาลดึงงบจากทุกกระทรวงๆละ10% ใช้ต้านโควิด

รัฐบาลให้สัญญาณว่าจะออก พรก.กู้เงินฉุกเฉิน 200,000 ล้านบาท

แต่ก่อนจะกู้เพิ่ม ผมขอเสนออีกครั้งว่า “รัฐควรปรับแผนการใช้เงินงบประมาณ และโอนงบที่ไม่เร่งด่วนหรือมีแนวโน้มว่าจะใช้ไม่ทันในปีงบประมาณมาเป็นเงินทุนเพื่อดูแลประชาชนให้ทั่วถึง ทุกกระทรวง กระทรวงละ 10% ได้เพิ่มอีกประมาณ 3 แสนกว่าล้าน”

วินัยทางการคลังยังสำคัญ ทุกคนเชียร์ให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน แต่ต้องใช้เงินภาษีให้เหมาะสมที่สุดในยามนี้

#เราไม่ทิ้งกัน#สู้ไปด้วยกัน#กล้า#เรามาเพื่อลงมือทำ

ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563  นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้าได้โพสต์เฟซบุ๊กใจความว่า 

วิกฤตแล้ว! ภาครัฐจะใช้งบประมาณแบบสภาวะปกติไม่ได้

งบประมาณแผ่นดินปี 2563 ได้ถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ปี 2562
วันนี้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
 

 ระวัง.. วิกฤตโควิด ลามสู่ วิกฤตเศรษฐกิจ
วันนี้รัฐบาลต้องเตรียมงบเพื่อรองรับความต้องการทางแพทย์ในกรณีที่ผู้ป่วยอาจจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว และงบประมาณเพื่อดูแลประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อนอย่างหนักจากสภาวะเศรษฐกิจ รวมไปถึงหล่อเลี้ยงผู้ประกอบการ SME และผู้ค้ารายย่อยที่ขาดรายได้ เพื่อให้เขาอยู่รอด และไม่ต้องปลดพนักงาน รวมถึงมาตรการที่รัฐแบ่งรับภาระค่าแรง/ค่าว่าจ้างให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งหมดอาจจะต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ
อย่าให้เงินประชาชนขาดมือ ต้องใช้หลัก “ประคองเงินหมุน”
นายกฯ เรียกงบคืนได้ทันที กระทรวงละ 10% เพื่อสู้วิกฤต 

ท่านนายกรัฐมนตรี สามารถเรียกสั่งให้ทุกกระทรวงคืนงบอย่างน้อย 10%
พร้อมโอนงบส่วนนี้มาเป็นงบฉุกเฉินเพื่อใช้ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรองรับ Covid

10% ของ 3.3 ลล. บาทคือ 330,000 ล้าน ซึ่งผมมั่นใจว่าเป็นเรื่องที่ทำได้และต้องทำ
งบดูงานต่างประเทศ งบสัมมนาในประเทศ งบสันทนาการ งบจัดเลี้ยง งบอื่นๆที่ไม่มีทางใช้ทันสิ้นปีงบประมาณนี้ และ...ใช่ครับ รวมถึงงบกลาโหมบางส่วนที่โยกไปเป็นปีหน้าได้ ตอนนี้ไม่มีอะไรเร่งด่วนกว่า การขาดเงินสด และการดูแลประชาชนจากโควิดอีกแล้ว
ความเดือดร้อนของประชาชนวันนี้หนักหนาสาหัส และสำคัญกว่าหลายเรื่องที่อยู่ในแผนการใช้เงินปัจจุบันตามระบบราชการเดิม
ต้องรีบเอาเข้าครม. และออกพรก.โอนงบประมาณ ซึ่งด้วยความจำเป็นเร่งด่วน น่าจะใช้อำนาจรัฐบาลออกเป็นพระราชกำหนดได้เลยโดยไม่ต้องเข้าสภาฯ

ทั้งหมดนี้..ทำได้โดยไม่กระทบวินัยทางการคลัง