วันที่ 19 มี.ค. 2563 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า #ประเทศไทยต้องชนะ การก้าวกระโดดของการแพร่เชื้อ 1 ต่อ 2 แบบทวีคูณ จากการเพิ่มผู้ติดเชื้อ 6-7 คนต่อวัน เป็น 30 คนต่อวัน และเพิ่มเป็น 60 คน และอาจทวีคูณเป็น 120 คนต่อวัน 240 คนต่อวัน และอาจเป็นพันคนแบบที่ระบาดที่เกาหลีใต้ หรือที่อิตาลี หรือสเปน

 

 

 

                   ข้อเสนอยาแรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดที่มีผู้ป่วยติดเชื้อหรือเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ใช้ยาแรงตามกฎหมายห้ามบุคคลติดเชื้อและคนที่เสี่ยงออกจากบ้านพักที่ควบคุมหรือสร้างสถานที่เพื่อกักบริเวณโดยด่วน ไม่ใช่แต่เพียงปิดสถานบันเทิง หรือสนามมวยเพียงแค่นั้น เพราะเอาไม่อยู่แน่นอนแล้วครับ

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   ผู้ว่าราชจังหวัดในฐานะเป็นผู้อำนวยการคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือ กปภช ประจำจังหวัด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 อยู่แล้ว นอกเหนือจากการที่ได้รับอำนาจจากพรบควบคุมโรคและศูนย์บัญชาการป้องกันไวรัสโควิด-19 แล้ว ท่านมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 มาตรา 4

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   “สาธารณภัย” หมายความว่า อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบสาธารณชน ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ มีผู้ทําให้เกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่นใด ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกายของประชาชน

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   มาตรา 21 เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้นในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่ใด ให้ผู้อํานวยการท้องถิ่นมีอํานาจหน้าที่

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   (1) สั่งข้าราชการฝ่ายพลเรือน พนักงานส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานของรัฐ ให้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามความจําเป็นในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

                   (2) ใช้อาคาร สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะของ หน่วยงานของรัฐและเอกชน

                   (3) ใช้เครื่องมือสื่อสารของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนทุกระบบที่อยู่ในเขต

                   (4) ขอความช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น

                   (5) สั่งห้ามเข้าหรือให้ออกจากพื้นที่ อาคารหรือสถานที่ที่กําหนด

                   (6) จัดให้มีการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย

 

 

 

 

                   มาตรา 29 เมื่อเกิดหรือใกล้จะเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ใดและการอยู่อาศัยหรือดําเนินกิจการใดๆ ในพื้นที่นั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรง ผู้บัญชาการ รองผู้บัญชาการ จะประกาศห้ามมิให้บุคคลใด ๆ เข้าไปอยู่อาศัยหรือดําเนินกิจการในพื้นที่ดังกล่าวก็ได้ ประกาศดังกล่าวให้กําหนดระยะเวลาการห้ามและเขตพื้นที่ที่ห้ามตามที่จําเป็นไว้ ด้วย และมีบทลงโทษปรับและจำคุกผู้ที่ฝ่าฝืนตามกฎหมาย

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   จึงขอฝากไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่เสี่ยงในฐานะผู้อำนวยการ กปชภ. จังหวัด ดำเนินการประกาศควบคุมห้ามบุคคลที่เสี่ยงติดเชื้อทั้งหมด เข้าหรือออกในพื้นที่ ทั้งในอาคารบ้านเรือนตามที่กำหนด และจัดพื้นที่ให้อยู่ในการควบคุมโดยด่วน มิใช่การปิดสถานบันเทิงเพียงอย่างเดียวครับ ก่อนการระบาดจะทวีคูณยากที่จะควบคุมครับ

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

                   จึงขอเสนอผ่านสื่อเพื่อให้แต่ละจังหวัดได้โปรดพิจารณาใช้อำนาจท่านดำเนินการเร่งด่วน และสื่อสารให้ประชาชนทราบเพื่อร่วมมือครับ

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม

 

 

"สมชาย" แนะผวจ.งัดยาแรงคุมโควิด-19หวั่นระบาดทวีคูณเกินควบคุม