25 ก.พ.2563-ที่รัฐสภา นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าว ว่า ในฐานะเลขานุการของประธานสภาผู้แทนราษฎร จากกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า ทำไมประธานสภาจึงไม่ให้อธิบายปมถวายสัตย์ปฏิญาณของครม.

 

 

 

 

สวนกลับ เสรีพิศุทธ์ ขี้เกียจเข้าประชุมวิป แต่ด่าคนอื่นไอ้เวร

 

 

                   โดยกล่าวหานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรรับใช้ฝ่ายบริหารหรือไม่ นั้น ตนขอเรียนต่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า ให้จำสัญญาที่ชอบย้ำคิดย้ำทำอยู่ตลอดว่า ในส่วนไม่เคยรับใช้ใคร ทำงานบนเส้นทางการเมืองที่สุจริตมานาน 50 ปี ไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตเหมือนบางคน โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์นั้นนายชวนได้รับการยอมรับนับถือของคนทั้งประเทศและทั่วโลก และพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะต้องรู้ว่าการให้เกียรติต่อ ประธานสถาบันตนเองสังกัดอยู่นั้น เป็นสิ่งที่พึงกระทำ การที่คนจะให้เกียรติเราคือเราต้องให้เกียรติผู้อื่น 

 

 

สวนกลับ เสรีพิศุทธ์ ขี้เกียจเข้าประชุมวิป แต่ด่าคนอื่นไอ้เวร

 

 

               นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าประธานชวนใช้สิทธิ์อะไร มาอ้างว่าเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่สามารถนำมาอภิปรายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ขอเรียนว่าบางครั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจจะเป็นตัวแทนราษฎรในสมัยนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนสมัยแรก หรือสมัยที่ 10 ก็ไม่ได้วัดว่าคนคนนั้นความเข้าใจในเรื่องข้อบังคับ หรือกฎหมายหรือไม่ เพราะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องยึดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ  ข้อบังคับและข้อตกลงในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การทำหน้าที่เป็นไปด้วยความราบรื่น โดยเมื่อวันที่ 24 กพ. ประธานชวน รองประธานสภาทั้งสองคน วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน มาร่วมตกลงประชุมปรึกษาหารือกันเรื่องการ พูดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยตกลงว่าจะอภิปรายกัน ตั้งแต่วันที่24 กพ.- 27 กพ. เวลา 19:00 น. และในวันที่ 28 กพ.เวลา09.30 จะมีการลงมติ มีผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน 44 คน มีผู้ถูกอภิปราย 6 คน เรื่องใดอภิปรายได้และเรื่องใดอภิปรายไม่ได้ 

 

 

 

สวนกลับ เสรีพิศุทธ์ ขี้เกียจเข้าประชุมวิป แต่ด่าคนอื่นไอ้เวร

 

 

              "เหตุผลเรื่องประเด็นถวายสัตย์ปฏิญาณตน ของครม.ผม อยากเรียนว่าถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ขี้เกียจ ขยันเหมือนกับคนอื่นที่มาประชุม ก็จะทราบเหตุผล แต่กลับมากล่าวหา มาด่าว่า ตัวแทนทั้งหลายที่มาประชุมเป็นไอ้เวร ความจริงแล้วคนที่ควรจะถูก ตำหนิหรือถูกด่าควรจะเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เอง ทั้งไอ้เวร ทั้งไอ้ขี้เกียจ เขามาทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการประชุม แต่กลับมากล่าวหาเขา" นายสมบูรณ์ กล่าว 

 

 

               นายสมบูรณ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มียาสามัญประจำตัวอยู่อย่างเดียวคือปมถวายสัตย์ปฏิญาณตนเท่านั้น เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 อภิปรายในวาระการแถลงนโยบายของรัฐบาล และถูกเชิญให้ออกจากห้องประชุม จนเป็นสส.คนแรกที่ ถูกไล่ออกจากห้องประชุมในสส.ชุดนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สามารถนำไประบุในนามบัตรได้เลย และเมื่อมาเป็นประธานกมธ.ปปช.ของสภา แต่ไม่ได้พิจารณาเรื่องตรวจสอบ แต่กลับมาพิจารณาเพียงเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณตน นี่คือสิ่งที่ประชาชนเสียประโยชน์  เอาแต่เรื่องการเมือง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน  ดังนั้นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อย่าใช้อารมณ์ในการปฎิบัติหน้าที่ มากล่าวหาว่าคนอื่นอยู่ใต้อาณัติของฝ่ายบริหาร ขอให้ได้เข้าใจว่าในการพิจารณาทุกอย่างด้วยหลักกฏหมายและข้อตกลงของทุกฝ่าย และประธานสภา