9  กุมภาพันธ์ 2563 ที่จังหวัดชุมพร คณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กมธ.ดีอีเอส นำโดย น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ​  

 

 

 

นายสราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์​ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดชุมพร เพื่อศึกษาดูงานศูนย์ควบคุมการบิน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย และศูนย์อบรมด้านการบินของสถาบันการบินเอเชีย  จังหวัดชุมพร 

 

โดยภายหลังการศึกษาดูงาน น.ส.กัลยา ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการด้านการสื่อสารของการบินระหว่างสถานีภาคพื้นดินกับเครื่องบินที่จะขึ้นลงสนามบินชุมพร อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เราได้รับเรื่องจากวิทยุชุมชนว่าทาง กสทช. ไม่อนุญาตให้ดำเนินการในบางพื้นที่ เนื่องจากคลื่นวิทยุไปรบกวนวิทยุการบิน

 

ดังนั้นทางกรรมาธิการฯ จึงได้ลงพื้นที่จริงเพื่อรับทราบข้อมูล ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน ก็ยอมรับว่าคลื่นวิทยุชุมชนมีการรบกวนวิทยุการบินจริง แต่ตอนนี้มีจำนวนลดลงแล้ว อาจจะด้วยการแก้ปัญหาไปบางส่วน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจาการรบกวนมี 2 ลักษณะ คือ 1.การรบกวนการสื่อสาร มีทั้งทำให้การสื่อสารระหว่างผู้ควบคุมจราจรทางอากาศกับนักบินรับฟังไม่ชัด หรือทำให้การสื่อสารรับฟังไม่สามารถติดต่อกันสื่อสารกันได้

 

2.การรบกวนเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Localizer และ VOR) ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการนำเครื่องเข้ามาลงในสนามบิน ซึ่งจากสถิติของบริษัทวิทยุการบินฯ ในปี 2562  มีการรบกวนการบินจากวิทยุชุมชนที่รายงานจากสนามบินทั่วประเทศจำนวน 381 ครั้ง ซึ่งทางกรรมาธิการฯ​ เห็นความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวพันกับความปลอดภัยด้านการบิน และมีความเห็นใจกับผู้ประกอบการวิทยุชุมชนเช่นกัน โดยกรรมาธิการฯ​ จะได้ช่วยผลักดันหาแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนให้เกิดความปลอดภัยและกระทบต่อการทำวิทยุให้น้อยที่สุดต่อไป

 

ด้านนายสราวุธ กล่าวว่า ตนเองในฐานะที่เป็นคนพื้นที่ได้รับทราบปัญหาเรื่องนี้อยู่ตลอด และได้ช่วยในการประสานหาแนวทางแก้ไข แต่ยังมีอุปสรรคอยู่บ้างเนื่องจากไม่ได้รับความร่วมมือในการแก้ปัญหาจากสถานีวิทยุชุมชน บางคนอ้างว่าไม่ทราบ ไม่มีช่าง ไม่มีงบประมาณในการแก้ไข หรือบางสถานีไม่เชื่อว่ามีการรบกวนวิทยุการบิน แม้จะได้หนังสือเตือนจากสำนักงาน กสทช.  

 

ดังนั้น เมื่อกรรมาธิการฯ ได้มาลงพื้นที่รับทราบปัญหา ซึ่งเราเห็นจทั้งสองฝ่าย แต่ความปลอดภัยในการบินก็มีความสำคัญ ซึ่งกรรมาธิการฯ​ จะได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรืออย่างน้อยก็จะช่วยทำความเข้าใจกับสถานีวิทยุชุมชนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามีความสำคัญต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่ใช้สนามบินจริงๆ 

 

นอกจากนี้ น.ส.กัลยา ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ใช้อาวุธปืนยิงประชาชนเสียชีวิตหลายราย ที่จังหวัดนครราชสีมา และมีการใช้โซเชียลมีเดียระหว่างก่อเหตุว่า กรรมาธิการฯ มีความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น โดยทางกรรมาธิการฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืนด้วยความเป็นห่วง และเห็นว่ามีการใช้โซเชียล มีเดีย ของคนร้ายในการไลฟ์สด ซึ่งเป็นการเร่งเร้าสถานการณ์ให้แย่ลง ดังนั้นทางกรรมาธิการฯ​จะได้เชิญ กระทรวง ดีอีเอส กสทช. และ เฟซบุ๊ก(ประเทศไทย) ในสัปดาห์หน้า เพื่อมาประชุมหารือวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก 

 

น.ส.กัลยา กล่าวถึงการทำหน้าที่ของสื่อที่มีการไลฟ์สดรายงานสถานการณ์ ว่า ตนเข้าใจการทำงานสื่อมวลชนที่อยากนำเสนอข่าวให้รวดเร็ว แต่บางครั้งการไลฟ์สดจะทำให้คนร้ายติดตามสถานการณ์ภายนอกได้ เพราะคนร้ายใช้โซเชียลฯ เก่งมาก จึงเป็นอันตรายมาก เพราะคนร้ายจะรู้เหตุการณ์ทั้งหมดแล้วจะวางแผนรับมือได้ ตนจึงอยากจะวอนนักข่าว ว่าการให้ข่าวที่ละเอียดต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และตัวประกัน ทราบว่าเหตุการณ์เมื่อวานทางเฟซบุ๊ก ได้มีการปิดไลฟ์ทันที แต่ต่อไปต้องมีมาตรการที่รวดเร็วกว่านี้