คมชัดลึกออนไลน์ 5 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

"ผกก.นนท์" ลุยบ้านรุกแม่น้ำ "เสรีพิศุทธ์" ร้องที่ดินสอบอีก

7 กุมภาพันธ์ 2563 - 06:00 น.
ศิริวัฒน์ โมรานนท์,พรรคพลังประชารัฐ,พปชร,สิระ เจนจาคะ,เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 9,993 ครั้ง

บุกกรมที่ดินวันนี้ (7 กุมภาพันธ์) "ผกก.นนท์" เดินหน้าชน "เสรีพิศุทธ์" จี้สอบบ้านพักสร้างท่าเรือรุกแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากเคยยื่นกรมเจ้าท่าแล้วยันยังไม่ได้อนุญาต


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี จะเดินทางไปที่กรมที่ดิน ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.30 น. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมที่ดิน เรื่องให้ตรวจสอบรังวัดบ้านพักในพื้นที่เขตสามเสนของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ว่ามีการรุกล้ำเม่น้ำเจ้าพระยาและผิดกฎหมายหรือไม่

อ่านข่าว-คุณกลัวผมเหรอ "สิระ" ปะทะ "เสรีพิศุทธ์"ปมบ้านรุกล้ำ

 

 

              ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงกรณีอดีตนายตำรวจใหญ่ได้สร้างบ้านติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการรุกล้ำแม่น้ำหรือไม่ กระทั่ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะ กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ได้นำสื่อมวลชนลงเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

              มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เพื่อให้ตรวจสอบการปลูกสร้างท่าเรือในพื้นที่บ้านพักของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยบอกว่า ได้ติดตามข่าวที่เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าเข้าแจ้งตำรวจ สน.บางโพ ว่ามีการสร้างท่าเรือดังกล่าวรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่เป็นตามแบบที่ขออนุญาตไว้ ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่เป็นเจ้าของระบุว่าเรื่องยุติแล้ว แต่ในฐานะที่เป็นผู้ที่เคยร้องทุกข์กล่าวโทษขอให้ดำเนินคดีอาญากับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เห็นว่าคำชี้แจงยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เพราะกรณีที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 1 มีคำสั่งยุติดำเนินคดี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553 เฉพาะเรื่องการสร้างโดยไม่ขออนุญาตจากสำนักงานเขต แล้วตำรวจสั่งไม่ฟ้อง เพราะคดีขาดอายุความ 1 ปี แต่ส่วนที่สร้างท่าเทียบเรือสร้างเกินไปจากที่ขออนุญาตกรมเจ้าท่า และจากภาพถ่ายทางอากาศพบว่ารุกล้ำลำน้ำสาธารณะยังไม่มีการตรวจสอบ และไม่ได้รับการอนุญาตให้ใช้ด้วย จึงถือว่าคดีนี้ยังไม่จบ

 

 

 

              อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่าแล้ว ส่วนกรณี นายสิระ จะร่วมกับกรมเจ้าท่าแจ้งความบ้านพักสร้างท่าเรือรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ถามว่าใช้หลักฐานอะไรก็เป็นของเก่า จะฟ้องร้องได้อย่างไร ในเมื่ออัยการไม่สั่งฟ้องตั้งแต่ปี 2551 แล้ว และตามกฎหมายระบุว่าห้ามนำกลับมาฟ้องอีก นอกจากมีพยานใหม่หรือหลักฐานใหม่ พร้อมระบุว่าจะฟ้องกลับอย่างแน่นอนในคดีหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ พร้อมทั้งพิจารณา กมธ. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อไป

              ทั้งนี้ บ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของตนจริงซึ่งเป็นบ้านที่สร้างมาเป็นเวลานานแล้วและเกิดปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งยืนยันว่าไม่ได้รุกล้ำลำน้ำ โดยในปี 2552 มีนายตำรวจที่ตนสั่งสอบสวนกรณีเกี่ยวพันกับบ่อน ป.ประตูน้ำ ได้ร้องให้ตรวจสอบท่าเรือบริเวณบ้านพักตน จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีผลสรุปทั้งฝ่ายตำรวจและอัยการไม่สั่งฟ้อง จึงถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เว้นแต่จะมีพยานหลักฐานใหม่ และท่าเรือก็ไม่เคยมีการต่อเติมอะไรใหม่นอกจากที่กรมเจ้าท่าเคยอนุญาตไว้

 

 

 

              ส่วน นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายสิระ นำสื่อมวลชนตรวจสอบบ้านพักของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าข่ายสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่มีประชาชนมาร้องเรียน ว่าก่อนหน้านี้กรมเจ้าท่าได้แจ้งความดำเนินคดีช่วงกลางเดือนมกราคมแล้ว ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เพราะเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนโยบายการจัดระเบียบไม่ให้มีการรุกล้ำลำน้ำ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ หรือกลั่นแกล้งใคร ที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีลักษณะเดียวกันไปแล้ว 6-7 ราย ส่วนทั้งประเทศมีกว่า 50 ราย จึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมาย กฎระเบียบ เป็นหลัก ถ้าทำถูกกฎหมายก็ไม่ต้องกลัวใคร เพราะเราปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

              สำหรับกรณีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 ครั้งนั้นกรมเจ้าท่าเคยแจ้งความดำเนินคดีแล้ว แต่สุดท้ายคดีหมดอายุความซึ่งไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบันเมื่อมีคนร้องเรียนกรมเจ้าท่าก็เข้าไปตรวจสอบตามขั้นตอนและพบว่าผิดจริง คือ 1. การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่ขออนุญาตไว้ 2. ผิดวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ซึ่งไม่กังวลหากจะถูกฟ้องกลับเพราะเราทำตามกฎหมายไม่ต้องหวั่นกลัวอิทธิพลใดๆ

 

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ