เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2563 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันของ ส.ส. ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ว่า ผลโหวตลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มีมติเห็นด้วย 253 ต่อ 0 เสียง หากตรวจสอบแล้วไม่ใช่ 253 เสียง ที่เกินกึ่งหนึ่งมาเพียง 3 เสียง แต่กลายเป็นเพียง 249 เสียง ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง อันเกิดจากกรณีเสียบบัตรแทนกัน 4 เสียง จากส.ส.พรรคภูมิใจไทย 2 เสียง ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 2 เสียง ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านความเห็นชอบจากสภาอย่างถูกต้อง จนถึงขณะนี้กรณีเสียบบัตรแทนกันมีถึง 4 ราย

          และหากตรวจสอบลึกลงไปอาจพบมากกว่านี้อีกก็ได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เจอปมนี้เข้าไปเซลล์สมองอาจเหลือน้อยกว่าเดิม มาตรการทางเศรษฐกิจที่ไม่มีแผนกระตุ้นอย่างเป็นรูปธรรม เงินบาทแข็ง ส่งออกวิกฤติ ลูบหน้าปะจมูก ว่าหนักแล้ว หากงบล่าช้าไปอีก 3-4 เดือน ประชาชนจะไม่ทน คนจะออกมาวิ่งไล่ลุงกันมากขึ้น อันตรายถึงความอยู่รอดของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะยึดเอาตามความเห็นของ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่มีคนตั้งฉายาให้ว่า บิดาแห่งข้อยกเว้น โชคคงไม่เข้าข้างตลอดไป ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว

 


          “ความรับผิดชอบทางการเมือง สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย หากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2563 ล่าช้า จนทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาส พล.อ.ประยุทธ์ ควรลาออก" นายอนุสรณ์ กล่าว