คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

อนค. เสวนางบประมาณไทย ชวนคิดปรับรูปแบบวิเคราะห์

13 มกราคม 2563 - 16:22 น.
อนาคตใหม่,ธนาธร,เสวนางบประมาณไทย,แก้ปัญหาประเทศ,คมชัดลึก
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 228 ครั้ง

"ธนาธร" ชี้ หลักจัดงบประมาณต้องแก้ปัญหาประเทศ มี 5 ข้อ ขณะที่พรรคตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบใช้งบปี 63 รัฐบาล พร้อมเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ


 

 

          เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2563 - ที่ชั้น 8 อาคารไทยซัมมิท พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) จัดเสวนาวิชาการ "อนาคตงบประมาณไทย อนาคตใหม่ประชาชน" ซึ่งกลุ่ม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ ได้มาบอกเล่าถึงบรรยากาศการทำงานในชั้นกรรมาธิการ

 

 

          โดยช่วงหนึ่งการเสวนา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. กล่าวถึงกระบวนการทำงานของ กมธ.งบประมาณแผ่นดินว่า ใน กมธ.มีการตั้งอนุ กมธ. 6 คณะ ซึ่งหน้าที่ที่แท้จริงในกาจพิจารณาตัดงบอยู่ในห้องคณะ อนุ กมธ. ซึ่งจะมีการพูดถึงในรายละเอียดค่าใช้จ่าย มีการตรวจเป็นรายการๆ ขณะที่ในการตัดงบประมาณพิจารณาแล้วตัดไปได้ 2.6 หมื่นล้านบาท โดยขั้นตอน อนุ กมธ.จะเสนอให้กมธ.ชุดใหญ่พิจารณา ขณะที่หน่วยงานส่วนราชการสามารถอุทธรณ์ท้วงติงได้ ซึ่งก็มีการท้วงติงจนพิจารณาคืนและตัดงบประมาณเหลือ 1.6 หมื่นล้าน

 

          ทั้งนี้ในชั้น กมธ.จะตัดกันเป็นเปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเลขกลมๆ 100 ล้านบาท 10 ล้านบาท ซึ่งสุดท้ายแล้วหน่วยงานนั้นจะมีอิสระไปพิจารณาตัดงบในโครงการนั้นๆ เอง เพราะชั้น กมธ.ไม่ได้พิจารณาตัดงบเป็นรายโครงการแต่พิจารณาเป็นรูปแบบเปอร์เซ็นต์ ผลคือโครงการดีๆ งบกลับไม่ได้ แต่โครงการร้ายๆ ก็ยังอยู่ ตัวอย่างที่ตนเคยอภิปรายงบประมาณกรมวิชาการเกษตร งบที่จะใช้กับการตรวจ GAP ให้กับเกษตรกรนั้นถูกตัดลดลงถึง 1 ใน 3 ดังนั้นตรงนี้ควรต้องปรับปรุงกระบวนการ ทำความเข้าใจกับ กมธ.ท่านอื่นๆว่า การพิจารณาตัดงบแบบเปอร์เซ็นต์มีปัญหาอย่างไร และถึงแม้ว่าชั้นนี้ยังเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก โดยก็เหมือนสภาฝักถั่ว โหวตและอนุมัติเห็นชอบกับทุกมาตราที่เสนอต่อสภา เหมือนปาหี่หรือไม่ สุดท้าย 3 เดือนการพิจารณางบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท ก็ยังคงอยู่เท่านั้นเหมือนพวกมากลากไป แต่ก็หวังว่าจะทำให้ประชาชนติดตามการพิจารณางบประมาณไปกับเราได้

 

          น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า สรุปบทเรียน ข้อเสนอกระบวนการพิจารณางบประมาณ ที่พรรคอนาคตใหม่ อยากเห็น คือ เปลี่ยนแปลงจากการพิจารณารายการ เป็นการพิจารณาที่ผลดำเนินงานของหน่วยงานตามลักษณะวิธีการงบประมาณที่เป็นอยู่ เปลี่ยนจากตัดเปอร์เซ็นต์ เป็นตัดรายโครงการ โครงการไหนดีหมื่นล้าน แสนล้านเราก็จะอนุมัติ ส่วนโครงการไหนไม่ดีบาทเดียวก็ไม่ให้ รวมทั้งต้องการเปลี่ยนรูปแบบพูดคุย ที่เป็นเหมือนสนทนาธรรมชั้น กมธ. ให้เป็นการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยมีการสนับสนุนข้อมูลจากสำนักงานงบประมาณรัฐสภา ในเอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไฟล์ เพื่อให้การวิเคราะห์ทำได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ไม่เสียเวลา ขณะที่มีคำถามให้ชวนคิดต่อว่าที่เราพูดงบประมาณรายจ่าย 3.2 ล้านล้านบาท แต่สภาผู้แทนราษฎรไม่เคยมีอำนาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพิจารณาจะขึ้น-ลดอัตราภาษี หรือการจัดเก็บรายได้ แต่เป็นอำนาจฝ่ายบริหารโดยรัฐมนตรีตามกฎกระทรวง จึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรมีสิทธิในการแปรญัตติเพิ่มงบประมาณได้ 

 

 

           ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวสรุปการเสวนาว่า หากพรรคอนาคตใหม่ ได้มีโอกาสเป็นฝ่ายบริหาร ในการวางแผนทำนโยบายงบประมาณ อย่างแรกที่สุดต้องเข้าใจก่อน คือ งบประมาณต้องเป็นกลไกใช้แก้ไขปัญหาหลักของประเทศ ใน 2 ด้าน คือ 1.ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 2.สภาวะทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ 3.การใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ 4.ระบบรัฐราชการที่รวมศูนย์ 5.ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่ลดน้อยลง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในโลก ดังนั้นหน้าที่งบประมาณต้องแก้ปัญหา 5 ข้อหานี้ให้ได้ และมีฐานคิดใหม่ในการจัดการงบประมาณประเทศ เปลี่ยนงบดำเนินการ เป็นงบลงทุน , โอนย้ายจากส่วนกลาง ไปท้องถิ่น , จากการลงทุนขนาดใหญ่เอื้อกลุ่มทุน เป็นการลงทุนขนาดเล็กลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท เป็นการลงทุนเพื่อคนทุกคน , เปลี่ยนสวัสดิการอนาถา ให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้า ภายใต้กรอบคิดนี้เราจะสามารถแก้ไขปัญหาหลักประเทศได้ โดยตนเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศเรามีทรัพยากรเพียงพอ ซึ่งงบ 3.2 ล้านล้านบาท/ปี คือ 2.6 แสนล้านบาท/เดือน คือ 8.7 พันล้านบาท/วัน คือ 6 ล้านบาท/นาที ซึ่งทุกๆ นาทีเรามีทรัพยากรเพิ่มขึ้น 6 ล้านบาทในการจัดสรร ตนจึงเชื่อว่าถ้าเราจัดสรรด้วยหลักคิดที่กล่าวมาเราจะพาประเทศไปไกลกว่านี้ได้ สร้างสังคมไทยคนเท่าเทียมกันได้ 

 

          ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเราทำงานอย่างทุ่มเทและเต็มที่ เพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของประชาชน หลังจากนี้สิ่งที่เราจะทำต่อไปมี 2 ข้อ คือ 1.นำข้อมูลที่ได้รับมา ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงต้นเดือน ก.พ. และ 2.ตั้งทีมขึ้นมาตรวจสอบ ติดตามการใช้งบประมาณปี 2563 ของรัฐบาล เพราะอีก 3 หรือ 4 เดือน ก็ต้องเตรียมวางงบประมาณปี 2564 แล้ว เราจะทำงานอย่างมุ่งมั่น ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ