นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า รายชื่อทีมงานที่จะมาร่วมในการทำงานให้พรรคระหว่างที่ตนปฏิบัติหน้าที่ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น เพราะสังคมเรียกร้องให้พรรคเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบโจทย์สังคมยุคใหม่ การสร้างเครือข่ายทั้งในพื้นที่และเสริมด้วยเครือข่ายภายนอกพรรคที่เข้มแข็ง จะช่วยให้การทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้ประชาชนสมเจตนารมย์ของพรรค

               “ผมได้ทาบทามคนที่มีประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และคนรุ่นใหม่มืออาชีพมาร่วมทำงาน หากผมได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับรองว่า แรงขับเคลื่อนจากภายในพรรคและเครือข่ายจะช่วยให้ผมดำเนินงานได้รวดเร็วตามความเห็นเร่งด่วนในการบริหารพรรคที่สมาชิกได้ส่งจดหมายกลับมาให้ผมปฏิบัติได้ทันที” นายอภิรักษ์ กล่าว

 

 

 

 

 

               นายอภิรักษ์ กล่าวต่อว่า จากการเปิดเผยรายชื่อทีมอภิรักษ์ ที่จะมาร่วมเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนการทำงานในครั้งนี้ เพื่อผลักดันการทำงานเกี่ยวกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ร่วมกับกลุ่มยุวประชาธิปัตย์, DIP, NewDem และเครือข่ายนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศด้วย รวมถึงการทำงานเรื่องนโยบายสาธารณะกับสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย (FIT : Future Innovative Thailand Institute) นั้นรายชื่อทีมที่ปรึกษาในแต่ละสาขา ประกอบด้วย

- ปริญญ์ พานิชภักดิ์ (เศรษฐกิจ)
- ดร.เสนีย์ สุวรรณดี (บริหาร)
- ดร.สุทธิกร กิ่งแก้ว (วิชาการ)
- ดร.รัชดา ธนาดิเรก (พัฒนาสตรี)
- วิทเยนทร์ มุตตามระ (อาสาคนไทย)
- ลักขณา คุณาวิชยานนท์ (ศิลปวัฒนธรรม)
- ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (เศรษฐกิจดิจิทัล)
- ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ (ภาคประชาสังคม) 
- ฮูวัยดียะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง (พัฒนาสตรี)
- อุกฤษ อุณหเลขกะ (สตาร์ทอัพเพื่อเกษตรกร)
- ภาณุมาศ สุขอัมพร (เครือข่ายผู้พิการสื่อสารสังคม)

 

 

 

 

               นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่า 307 คะแนนเสียงที่ตัวแทนพรรคที่มีสิทธิ์เลือกหัวหน้าพรรค มีความสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนตัวตั้งเป้าว่าหากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จะทำงานร่วมกับกรรมการบริหารชุดใหม่ และพี่น้องชาวพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนเพื่อเดินหน้าทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความทุ่มเท ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นที่ตั้ง

               ส่วนประเด็นการร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาลที่สังคมจับตามองพรรคว่าจะเอาเช่นใดนั้น นายอภิรักษ์ กล่าวว่า “จุดยืนของการตัดสินใจของพรรคจะเกิดขึ้นจากมติของที่ประชุมร่วมของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และ ส.ส.พรรค หลังการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้”