วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563  เวลา13.00 น. จากกรณีของการจากไปอย่างกระทันหันของ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 40 ปี หรือ เสี่ยเต้ย อดีตสามี เจ๊อ๋อ 90 ล้าน ได้เสียชีวิตช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ญาติเผยติดเชื้อในกระแสเลือด หลังป่วยเป็นโรคไวรัสตับ บี มานานหลายปี โดยมีเพื่อนๆ จำนวนมาก เข้าไปโพสต์แสดงความความเสียใจในเฟซบุ๊กของเสี่ยเต้ย ที่ไม่น่าด่วนจากไป ซึงญาติได้นำศพมาจากห้องเก็บรักษาศพ รพ.ศูนย์อุดรธานี ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของเสี่ยเต้ย

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 111 ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ญาติพี่น้องของเสี่ยเต้ย ได้กางเต้นท์บริเวณหน้าบ้าน โดยมีชาวบ้านและเพื่อนๆ มาช่วยงานศพ ร่วมแสดงความเสียใจทยอยนำพวงหรีด มาตั้งไว้บริเวณข้างโลงศพ และจะมีการสวดอภิธรรมวันแรกในช่วงค่ำของวันนี้ โดยมีกำหนดการฌาปนกิจศพที่ วัดป่าเทพนิมิต หรือวัดป่าบ้านคำบอนในวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน นี้

 นางวรรณลี ปัญญาใส หรือเจ๊อ๋อ 90 ล้านบาท อดีตภรรยาเสี่ยเต้ย  บอกว่า ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่อุดรธานี ออกมาร่วมงานบุญที่ จ.ยโสธร ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์และไม่อยากจะเป็นข่าว และบอกว่ารู้สึกเสียใจบ้างที่เสี่ยเต้ย  เสียชีวิต โดยขออโหสิกรรมให้ ซึ่งก่อนหน้าตนบอกให้เสี่ยเต้ย  ทำบุญมาก ๆ เหมือนกับตน แต่ไม่ทราบว่าเสี่ยเต้ย  ได้ทำบุญไหม และตนออกจาก จ.อุดรธานี มาจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน จึงจะกลับ แต่ทั้งนี้จะดูว่าพอมีเวลาไหม ถ้ามีเวลาก็จะไปกลับร่วมงานศพ หรือไปเผาศพเสี่ยเต้ย

 

นายสนอง สุรัญกุล อายุ 50 ปี พี่ชายคนโตของเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า เสี่ยเต้ยเป็นน้องชายคนสุดท้อง จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นชาย 2 หญิง 3 คน ก่อนที่น้องชายจะเสียชีวิต ป่วยเป็นไข้หวัด แต่รักษาหายแล้ว จากนั้นก็วิ่งออกกำลังกาย เนื่องจากน้องชายเป็นคนชอบวิ่งออกกำลังกาย จนกระทั่งช่วงค่ำวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา น้องชายบอกว่าเหนื่อยอ่อนเพลีย และนอนไม่ค่อยหลับ และขาทั้งสองข้างเริ่มบวม และมีอาการปวด จึงนำยาหม่องมานวดขา ทำให้แสบปวดร้อน จึงเอาขาไปแช่น้ำเย็น แล้วมีอาการหายใจไม่ออก จึงโทรหาเพื่อนพาไปส่ง รพ.หนองแสง ก่อนไปใช้สิทธิประกันชีวิต นำตัวส่งต่อที่ รพ.เอกอุดร จากนั้น เวลา 03.00 น. วันที่ 20 พ.ย. 2563

ในขณะนั้นยังพูดหยอกล้อตนและนางพยาบาลว่า “เดี๋ยวก็ตายแล้วละ” จนอาการน้องชายเริ่มหนัก จึงได้นำตัวมาส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี แล้วก็เสียชีวิต ลงเมื่อคืนนี้ เวลาเที่ยงคืน ซึ่งไม่คิดว่าเป็นคำพูดของน้องชายที่เป็นลางบอกเหตุไม่ดี และย้อนไปเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนฝันเห็นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว อยากกินต้มเปรตปลาไหล ทั้งที่ไม่เคยฝันเห็นพ่อเลย ตั้งแต่ท่านจากไปหลายปี และส่วนตัวคิดว่าฝันเป็นลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า โดยแพทย์ระบุการเสียชีวิต ของน้องชาย ติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนทรัพย์สินของน้องชาย เคยบอกให้ตนเป็นคนดูแลจัดการ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ทราบว่าทรัพย์สินของน้องชายมีอะไรบ้างและจำนวนเท่าไร หลังจากฌาปนกิจศพน้องชายแล้ว ตนและญาติพี่น้องจึงจะตรวจสอบ และอยากให้อดีตน้องสะใภ้มาจุดธูปอโหสิกรรมต่อกัน จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันในชาติหน้า แต่ก็สุดแล้วแต่อดีตน้องสะใภ้”    

 

นางสาวหัดตี โนริญญา อายุ 39 ปี เพื่อนสนิทของเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า เสี่ยเต้ยเคยพูดความทุกข์ในใจ หลังจากมีข่าวออกมาว่าเลิกกันกับอดีตภรรยา (เจ๊อ๋อ) และสุขภาพของเต้ย ไม่ค่อยดี รวมทั้งห่วงลูกสาวบุญธรรมที่อยู่กับอดีตภรรยา(เจ๊อ๋อ) เพราะมีความผูกพันธุ์กัน ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แต่ทำทีมีความสุข โดยไม่แสดงออกมาว่าตนเองมีความทุกข์ แต่เพื่อนทุกคนก็รู้ว่า เสี่ยเต้ยมีความทุกข์ใจอย่างมาก ตนและเพื่อนๆก็ให้กำลังใจมาตลอด ไม่คิดว่าเขาจะด่วนจากไปอย่างกะทันหัน เพราะไม่มีวี่แววเลยว่าจะล้มป่วยถึงกับเสียชีวิต หากเสี่ยเต้ยยังมีชีวิตอยู่ อยากจะบอกว่า ให้หยุดพักผ่อนบ้าง อย่ามัวแต่แคร์ความรู้สึกคนอื่น ให้รักตัวเองมากๆ รวมทั้งให้เวลากับญาติพี่น้องด้วย ซึ่งปกติเขาก็ทำอยู่แล้ว แต่ก็อยากให้ทำมากกว่าเดิม     

ต่อมาเมื่อเวลา 15.17 น. นางละมัย ปราบมาลัย อายุ 60 ปี พี่สาวของเจ๊อ๋อ อดีตภรรยาเสี่ยเต้ย และนางหัส ปัญญาใส อายุ 86 ปี แม่ของเจ๊อ๋อ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจของการจากไปของ เต้ย และตกใจมาก หลังทราบข่าวทางไลน์ แต่ก็เห็นน้องสาว (เจ๋อ๋อ) ร้องไห้อยู่หน้าบ้านคนเดียว จากนั้นก็ไม่รู้ว่าน้องสาวไปอยู่ที่ไหน พวกตนรัก เต้ยเหมือนน้องและลูกชาย เนื่องจากเขาเป็นคนนิสัยดี ดูแลกันมาตลอด และทุกวันก็ยังทำเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุการเลิกกันกับน้องและลูกสาว  ไม่ขอพูดถึง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา ในวันนี้ที่เดินทางมานั้นเพื่อมาจุดธูปขอเคารพศพ เพื่อขออโหสิกรรมต่อกันนั้นเอง

 

 

เศร้า ญาติรับร่างเสี่ยเต้ย อดีตสามี "เจ๊อ๋อ 90 ล้าน" กลับบ้านตั้งสวดอภิธรรม 5 คืน

นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว  ภูมิภาค จ.อุดรธานี คมชัดลึก