เวลา 10.00 น.วันที่ 19 พ.ค.2563 พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาแถลงข่าวผลงานการจับกุมผู้ต้องหาของศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลอาชญากรรม กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นำโดย พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 และตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีผู้ต้องหา 3 ราย คือนายกนกพล ชนะสัตย์ อายุ 25 ปี นายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ อายุ 22 ปี ชาว ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และนายพีรพรรษ รักศักดิ์เสถียร อายุ 21 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและผู้อื่น

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมุกดาหาร แจ้งว่ามีผู้ใช้เฟสซึ่งเป็นเพื่อนกันแชทมายืมเงินแต่เมื่อโอนไปแล้วโทรถามปรากฏว่าเพื่อนไม่ได้แชทยืมเงินแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าถูกแฮกเพื่อหลอกให้เงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.4 จึงได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ที่แฮกเฟสบุ๊คและหลอกให้เงินคือนายเอกลักษณ์ ชนะสัตย์ โดยวิธีการใช้เบอร์โทรศัพท์สุ่มล็อกอินเข้าเฟสบุ๊ค  เมื่อเข้าไปได้อ่านข้อมูลของเจ้าของเฟสก็จะแชทเข้าไปหลอกเพื่อนของเจ้าของเฟส ซึ่งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะเชื่อใจว่าเป็นเพื่อน จึงมีการโอนเงินเข้าบัญชีที่นายเอกลักษณ์ จัดเตรียมไว้

ซึ่งมีการโอนเงินเมื่อเงินเข้าบัญชี ก็ให้เจ้าของบัญชีถอนเงินสดไปซื้อบัตรทรูวอลเล็ท แล้วถ่ายรูปส่งไปให้นายเอกลักษณ์ จากนั้นก็นำไปเติมเงินเข้าบัญชีทรูมันนี่วอลเล็ท ที่นายกนกพล ชนะสัตย์ เป็นผู้ถือบัญชี แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของนายกนกพล และนายพีรพรรษ จากนั้นจึงมีการถอนเงินสดออกไปแบ่งกัน

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ยังพบว่ามีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของแก๊งนี้อีกหลายรายทั่วประเทศ มีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก มีเงินหมุนเวียนในบัญชีของทั้ง 3 คน 14,700,000 บาท จากการตรวจสอบประวัติการทำงานของบราวน์เซอร์ Chrome ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของนายเอกลักษณ์ ที่ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง พบประวัติการแฮกเฟสบุ๊คจำนวน 22,869 ครั้ง ขณะที่นายเอกลักษณ์ยังมีประวัติเคยถูกจับกุมดำเนินคดีลักษณะเดียวกันนี้เมื่อเดือนมกราคม 2563 ซึ่งอยู่ระหว่างประกันตัว

พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า จากประวัติและข้อมูลที่พบ ยังมีผู้เสียหายทั่วประเทศ หากคนใดสงสัยว่าเป็นเหยื่อของแก๊งนี้ ให้แจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อที่จะได้ดำเนินคดีกับกลุ่มนี้ ทั้งนี้ก็ขอให้ได้ใช้ความระมัดระวัง เมื่อมีการทักแชทขอยืมเงิน เพราะแม้ว่าจะสามารถจับกุมแก๊งนี้ได้ ก็จะยังมีกลุ่มบุคคลอื่นที่ยังคงกระทำเช่นนี้อีก

ข่าว/ภาพ จิติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ขอนแก่น