เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.อ.อนันต์  ชัยชาญ ผกก.สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่สยบไพรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายเมธาสิทธิ์ หรือเม บำเพ็ญ  อายุ 42 ปี  ชาวจังหวัดระยอง และเริงศักดิ์ หรือตุ้ย เตชะวณิช อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เครือข่าย กุ๊ก ระยอง สองผู้ต้องหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 ยาไอซ์ เฮอีน และเคตามินไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 500 กิโลกรัม เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ที่ตรวจยึดได้ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 33 / 2 หมู่ 9 หมู่บ้านสยามพัฒนา ซอยวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และตรวจยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด จำนวน 2 คัน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อประมาณวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบทราบมาว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่มาจาก สปป.ลาว ลักลอบเข้ามาทางจังหวัดหนองคาย โดยใช้รถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด ทะเบียน 1 กญ 2024 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะยี่ห้อเดียวกัน สีส้ม ทะเบียน 3 กถ 5363 กรุงเทพมหานคร  เป็นยานพาหนะในการขนย้าย จึงทำการสืบสวนติดตามจนกระทั่งทราบว่า รถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ขับออกจากประเทศไทย ข้ามไปที่ สปป.ลาว ทางด้านจังหวัดหนองคาย จึงวางกำลังไว้ตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคายจนกระทั่งพบเห็นรถยนต์กระบะทั้งสองคันขับกลับเข้ามาในประเทศไทย มุ่งหน้ากลับมาเข้ากรุงเทพมหานคร และนำรถทั้งสองคันมาจอดที่อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านสยามพัฒนา ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์

จนกระทั่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาทั้งสองได้ขับรถยนต์กระบะทั้งสองคันออกจากอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวมุ่งหน้าลงไปทางภาคใต้ ซึ่งเชื้อว่าน่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้รับในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้นำกำลังติดตามรถยนต์กระบะทั้งสองคัน พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันเลี้ยวเข้าเส้นทางลัดจากจังหวัดชุมพร เข้าไปทางท่าแซะ มุ่งหน้าเข้าจังหวัดระนอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด 4 ร่วมกับด่านตรวจยานพาหนะชุมพร สกัดจับกุมรถทั้งสองคันเอาไว้ได้ จากการตรวจค้นโดยละเอียดโดยภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงนำรถทั้งสองคันเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ของด่านศุลกากร ได้พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ซุกซ่อนยาเสพติดเอาไว้ที่กันชนหน้ารถช่องระหว่างกันชนหน้ารถกับหม้อน้ำและแผงระบายความร้อนของแอร์ โดยดัดแปลงช่องดังกล่าวเพื่อยัดก้อนยาเสพติดเอาไว้เป็นกรณีพิเศษ จึงได้ทำการรื้อกันชนหน้าออกตรวจสอบได้พบว่ามีการซุกซ่อนเฮโรอีน อัดแท่งห่อด้วยกระดาษฟรอยสีเงินคันละ 100 แท่ง รวมเป็น 200 แท่ง น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม  จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้ ก่อนคุมตัวมาทำการตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์ต้องสงสัยในย่านสำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่บริเวณห้องชั้นที่ 2 พบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์ น้ำหนัก 500  กิโลกรัม  เฮโรอีน 1 กิโลกรัม  และ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ไว้ในลังพลาสติกที่วางอยู่ในห้องดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนทั้งสองมีหน้าที่ขับรถขึ้นไปรับยาเสพติดจากต้นทางในพื้นที่ สปป.ลาว โดยลักลอบออกไปทางจังหวัดหนองคาย  และลำเลียงไปส่งที่ปลายทางทางด้านภาคใต้ ซึ่งมีคนมารอรับโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท ต่อคน และทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ส่วนอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวพึ่งมาเช่าได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น  เพื่อเอาไว้พักยาเสพติดก่อนลำเลียงส่งต่อไปทางภาคใต้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย  และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้เพื่อทำการสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวรการณ์ต่อไป

 

ภาพ-ข่าว  สุธินันท์ คงสินธ์ / สุรศักดิ์ คงสินธ์ / ธนวัต นาคขำ จ.สมุทรปราการ