คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

พ่อเฒ่าเซียนปลา วูบก่อนคลานขึ้นบุก สุดท้ายยื้อชีวิตไว้ไม่ทัน

21 กุมภาพันธ์ 2563 - 16:18 น.
เซียนหาปลาวูบ,,ผู้เฒ่า 72,,คลานขึ้นบก,,ปั้มหัวใจ
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 88 ครั้ง

ผู้เฒ่า 72 เซียนหาปลาวูบ! คลานขึ้นบกเพื่อนบ้านช่วยปั้มหัวใจ เยื้อชีวิตไม่ทันดับริมเขื่อน


 

                  วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 11.30 น.  ร.ต.อ.ชยพล กู่ชัยภูมิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำเสียชีวิต ริมชลประทานบ้านแพง หมู่ 7 ต.รามราช จึงประสานแพทย์เวร รพ.ท่าอุเทน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กู้ภัยนครพนม กู้ภัยศรีสัตตนครพนม และรถกู้ชีพ อบต.อาจสามารถ รุดไปตรวจสอบ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

     ที่เกิดเหตุเป็นริมตลิ่งสันเขื่อนชลประทานยาวประมาณ 100 เมตร ห่างถนนทางหลวงชนบทสายนาหัวบ่อ-รามราช ราว 100 เมตร ริมตลิ่งมีความกว้าง 50 เมตร น้ำลึก 50 ซ.ม. พบศพนายแสวง  แพงดี อายุ 72 ปี อาชีพหาปลา เป็นชาวบ้านหนองแวง หมู่ 9 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม  นอนหงายเสียชีวิต  ในสภาพศพสวมกางเกงขาสั้นสีครีม สวมเสื้อแขนยาวสีเทา ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการทำร้ายแต่อย่างใด สันนิษฐานเสียชีวิตกว่า 1 ชั่วโมง 

     ห่างออกไปอีก 100 เมตร พบเสาไม้ไผ่ปักห่างกัน 20 เมตร และมีตาข่ายอวนที่ใช้หาปลาของผู้ตายตกอยู่  และยังพบรถไถนาเดินตามพ่วงล้อลาก  ในรถพบอุปกรณ์หาปลาหลายชนิด รวมถึงข้องใส่ปลา ภายในมีแค่ยาเส้นและไฟแช็คของผู้ตาย แต่ไม่พบปลาแม้แต่ตัวเดียว

     นายสุรพัน นนทะวงษา อายุ 59 ปี คนขับรถไถนาเดินตาม เพื่อนบ้านผู้ตาย เปิดเผยว่าคุณตาแสวง ผู้ตาย  ยังครองตัวเป็นโสดไม่มีเมียและลูก  ก่อนเกิดเหตุตนขับรถไถคันนี้บรรทุกเพื่อนบ้านเป็นหญิง 2 คน ชาย 3 คน รวม 5 คน  ออกจากบ้านเพื่อมาหาปลาไปประกอบอาหารบริเวณจุดเกิดเหตุ  ในขณะที่ผู้ตายนำตาข่ายอวนไปดักปลาช่อน ด้วยการปักหลักเสาไม้ไผ่ลงน้ำที่ลึก 50 ซ.ม. เพื่อเป็นที่ขึงตาข่าย ปรากฏว่าเกิดอาการหน้ามืดวูบฟุบล้มตนและ เพื่อนบ้านที่มาด้วยกัน กำลังหาปลาอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ได้ยินเสียงร้องช่วยด้วยหลายครั้ง ก่อนที่ผู้ตายจะคลานขึ้นจากน้ำมานอนหายใจหอบริมตลิ่ง  พวกตนจึงรีบวิ่งมาช่วยนำยาดมแก้วิงเวียนให้ดมและช่วยปั้มหัวใจ  แต่ไม่สามารถเยื้อชีวิตไว้ได้ กระทั่งสิ้นใจดังกล่าว

 

     เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายอาจเหนื่อยล้า  เนื่องจากอายุมากแล้ว ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยและไม่เคยไปหาหมอเพราะอยู่ลำพังกับหลาน อาจเกิดอาการวูบกระทันหันเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนในช่วงเที่ยง  โดยจะได้สอบสวนสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง  ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย  จึงมอบศพให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ข่าว/ภาพ ทวี อภิสกุลชาติ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ