วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ วัดบ้านขุมคำ ตำบลโพนยาง อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านขุมคำ ที่เป็นชาวสวนที่ได้ปลูกหอมแดง ในปีหนึ่งๆ มีผลผลิตกว่า 3,900 ตัน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรในภาพรวม ปีหนึ่งๆ นับเป็นร้อยล้านบาท ก็ด้วยการปลูกหอมแดง ปลูกกระทียมที่ล้วนเอาใจใส่ ให้มีคุณภาพ จนสามารถได้รับคำชมจากผู้บริโภคว่า หากเป็นหอมแดงจากบ้านขุมคำ

จากอำเภอวังหิน ต้องมีผิวที่แดงมัน คอเล็ก หัวใหญ่ ได้ขนาดมาตราฐานที่ผู้บริโภค ที่ตลาดต้องการ จึงทำให้มีพ่อค้ามาจับจองวางเงินมัดจำซื้อขายกันเป็นประจำในทุกๆ ปี เป็นจำนวนที่มาก และที่สำคัญเกษตรกรที่บ้านขุมคำแห่งนี้ ไม่ได้มีการขยายพื้นที่ปลูกไปมากกว่าที่เคยปลูกมาก่อน เพียงแต่มีการพัฒนาคุณภาพให้ดีเพิ่มขึ้น ทั้งปลอดสาร และไม่เร่งน้ำ เพราะทำให้หัวหอมอิ่มน้ำมาก และไม่เน่าเสียเร็ว สามารถเก็บไว้ได้นานตามระยะเวลาอันควร ในการจัดงานวันหอมแดง เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาพัฒนาคุณภาพหอมแดง เพื่อนำมาประกวดแข่งขันกัน นำเสนอแก่พ่อค้ารายใหม่ ส่งเสริมการท่องเที่ยงเชิงเกษตร และได้จัดทำผ้าป่าหอมแดง เพื่อนำหอมแดงมาจำหน่าย นำรายได้มาพัฒนา บูรณะวัดวาอาราม ซึ่งในปีนี้เป็นการสมทบทุนสร้างกุฏิพระสงฆ์ ด้วยความร่วมมือ จาก นายธีรศักดิ์ ลิขิต นายอำเภอวังหิน ร่วมกับ อบต. โพนยาง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านขุมคำ ซึ่งมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาเป็นประธานเปิดงาน

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า งานหอมแดงวังหินจากอดีตจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นงานประจำอำเภอ ด้วยการจัดงานที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ ของชาวอำเภอวังหิน ที่มีการปลูกหอมแดงเป็นอาชีพ เป็นรายได้หลัก จากอดีตที่มีการจัดงานเพื่อให้คนรู้จักว่า ชาวบ้านขุมคำ ชาวตำบลโพนยาง ร่วมทั้งชาวอำเภอ วังหิน นอกจากจะมีอาชีพในการทำนาแล้ว ยังประกอบอาชีพในการทำสวน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยการปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกถั่วฝักยาว และที่สร้างรายได้ได้มาที่สุด ก็คือ การปลูกหอมแดง พร้อมการใส่ใจทำอย่างมีคุณภาพ จนมีผู้ขนานนามว่า หากอยากทานหอมดีที่มีคุณภาพ ต้องมาที่บ้านขุมคำ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ เพราะเป็นหอมแดงที่ผิวเปลือกสีแดง แห้ง ผิวมัน คอเล็ก เป็นที่ต้องการของตลาดและผู้บริโภค ในการจัดงานวันหอมแดงปีนี้ เป็นปีที่ 33 แล้ว เพื่อส่งเสริมตลาดหอมแดง จึงได้มีการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากการจำหน่ายหอมแดงแล้ว ยังมีพืชพื้นถิ่นชนิดอื่นจำหน่ายอีกด้วย โดยเชื่อว่า “อะไรๆ ก็ดีที่ขุมคำ”  โดยเฉพาะได้มีการนำหอม กระเทียม มาร้อยเรียงสร้างเป็นบ้านหอม กระเทียมแห่งความรัก เนื่องในวันแห่งความรักนี้ด้วยและในวันสุดท้ายของงาน จะมีการเปิดประมูลบ้านหอม กระเทียมนี้ เพื่อนำรายได้มาศาสนสถาน โดยสร้างกุฏิสงฆ์ของวัดขุมคำแห่งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ