คมชัดลึกออนไลน์ 8 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

จับกุม​แก๊งฉ้อโกงประชาชน​ ขอเงินบริจาค ผู้เสียหายนับหมื่นราย

4 กุมภาพันธ์ 2563 - 15:42 น.
จับกุม​แก๊งฉ้อโกงประชาชน​ ขอเงินบริจาค​ ผู้เสียหายนับหมื่นราย,,จกรุงเทพ
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 516 ครั้ง

กองกำกับการ4​ กองบังคับการปราบปราม​ จับกุม​แก๊งฉ้อโกงประชาชน​ ขอเงินบริจาค​ ผู้เสียหายนับหมื่นราย


 

             วันที่ 4 ก.พ. 2563 เวลา 10'30 น. กองบังคับการปราบปรามกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5บก.ป, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ ผกก.สนับสนุน บก.ป., พ.ต.อ.บัณฑิต ขาวสุธรรม ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีเทา, พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ จันดา, พ.ต.ท.สุทธิชัย เทียนโพธิ, พ.ต.ท.เทวกฤต จันทร์เพ็ญ รองผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต สั่งการให้ พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย สว.กก.5ป., พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4บบก.ป., พ.ต.ต.รัตนะชัย เสียงเสนาะ สว.กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมพวก ได้ร่วมกันจับผู้ต้องหา จำนวน4 ราย

1.นายธีระชัย(ขอสงวนนามสกุล)อายุ31ปี ผู้ต้องหาที่1


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

2.นางสาวปิยะนุช (ขอสงวนนามสกุล)อายุ26ปี ผู้ต้องหาที่2

3.นายนนทนันทร์(ขอสงวนนามสกุล)อายุ21ผู้ต้องหาที่3

4.นางสาวสุมินตรา(ขอสงวนนามสกุล)อายุ22ปี ผู้ต้องหาที่4

 

จึงต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน"ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน" โดยก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม ให้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณี ได้รับเรื่องร้องเรียนทางสื่อโซเชียล เพจสะพานบุญ แล้วจากพลเมืองดีที่มีจิตอาสาช่วยเหลือคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการรับบริจาคเพื่อให้ความช่วยเหลือกับ ผู้พิการซ้ำซ้อน, ป่วยหนักติดเตียง ทำบุญศพไร้ญาติ หรือผู้ป่วยอาการหนัก ฐานะทางบ้านยากจน ไม่มีเงินเป็นค่ารักษาพยาบาล จึงต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญในการบริจาคเงินและสิ่งของต่างๆที่จำเป็น โดยมีการโพสต์ประกาศข้อความขอรับบริจาคเงิน ช่วยเหลือผ่านทาง facebook แต่ต่อมา ได้พบว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพนำเอาข้อความ ที่ได้โพสต์ ประกาศขอรับเงินบริจาคนั้นไปดัดแปลง โดยเฉพาะข้อความในส่วนของชื่อและหมายเลขบัญชีธนาคาร ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ได้โพสต์ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ จึงทำให้ประชาชนผู้ใจบุญหลงเชื่อและโอนเงินทำบุญบริจาคไปยังบัญชีธนาคาร ของกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแทน ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้ต้องการรับบริจาคเงินที่แท้จริงและต่อประชาชนทั่วไปที่พบเห็นข้อความ หลงเชื่อข้อความที่ถูกแก้ไขดัดแปลงข้อเท็จจริงดังกล่าว ต่อมา ว่าที่ พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา​  ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 สืบสวนติดตามกรณีดังกล่าว กระทั่งสืบทราบว่า ได้มีกลุ่มผู้กระทำผิดกลุ่มนี้มีการสมัคร Facebook ประเภทบัญชีบุคคลโดยใช้ชื่อว่า "พิทักษ์​สันติราช​ รับใช้ประชาชน", "รับใช้ประชาชน​ พิทักษ์​สันติราช", เหยี่ยวดำ​ ประกาศ​ข่าว", และประกาศข่าว​ เหยี่ยวดำ"  ซึ่งเป็น Facebook บัญชีเดียวกัน แต่มีการใช้สลับชื่อกันไปมา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนผู้พบเห็นในโลกโซเชียล​ จากนั้นจากการนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาคเงินตามสื่อออนไลน์ ประเทศที่มีลักษณะจิตอาสาต่างๆมาดัดแปลงแก้ไข และเพิ่มเติมข้อความ โดยเฉพาะชื่อบัญชีและหมายเลขบัญชีที่ต้องการให้ผู้ใจบุญโอนเงินบริจาคให้ จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดจึงได้นำข้อความที่เปลี่ยนแปลงแล้วมาโพสต์ในเฟสบุ๊ค​ดังกล่าว​ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้นได้สร้างความเสียหายในหลายๆส่วนที่เกี่ยวข้องกันเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านของผู้ที่มีจิตอาสาใจบุญที่เราเชื่อโอนเงินบริจาคช่วยเหลือ ในด้านของผู้ต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคที่แท้จริง และในด้านของผู้ที่ถูกบิดเบือนและดัดแปลงข้อเท็จจริง กอปรกับต่อมาได้มีผู้เสียหายที่หลงเชื่อโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีกลุ่มวิชาชีพจำนวนหนึ่งเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าวกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม จึงได้รับคดีและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาล ออกหมายจับผู้กระทำความผิดในคดีนี้ จำนวน 4 รายดังกล่าวข้างต้น​ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองกำกับการ 5 และกองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายสืบสวนหาข่าวจนสามารถจับกุม นายธีระชัยฯ​ ได้ที่ต.ฉลอง​ อ.เมืองภูเก็ต​จ.ภูเก็ต​ จับกุมนายนนทนันทร์ฯ​ และนางสาวสุมินตราฯ​ ได้ที่ต.เขาต่อ​ อ.ป​ลายพระยา​ จ.กระบี่​ และจับกุมนางสาวปิยะนุชฯ​ได้ที่ต.ตะโพนแพง​อ.อากาศ​อำนวย​ จ.สกลนคร​

 

ภายหลังการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี พร้อมกับให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จากนั้นจึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามเพื่อดำเนินคดีต่อไป​  สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นในคดีนี้ มียอดความเสียหายมูลค่าประมาณ 3-5ล้านบาท​ โดยที่ยอดเงินบริจาคเข้ามาอยู่ที่ 20 ถึง 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับกำลังผู้บริจาคแต่ละคน โดยรวมแล้วในคดีนี้มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้โอนเงินบริจาคกว่า 1 หมื่นคน

ภาพถ่าย/รายงาน

ชุติเดช ม่วงใจรักษ์

ผู้สื่อข่าว คมชัดลึก

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ