คมชัดลึกออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ภูมิภาค

เผาจนได้ขึ้นแท่น!! ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ อันดับ 1 ตะวันออก

18 มกราคม 2563 - 11:21 น.
PM 25,ฝุ่น,เผาป่า,ไฟป่า
ภูมิภาค

Shares :
เปิดอ่าน 9,465 ครั้ง

เผาจนได้ขึ้นแท่น!! ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ จ.สระแก้ว พุ่งสูงอันดับ 1 ของภาคตะวันออก


 

 

                    วันที่ 18 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สระแก้ว  จากการตรวจสอบผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากเครื่องตรวจวัดอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณโรงเรียนอนุบาลศรีอรัญโญทัย พบว่า ที่ ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีค่า AQI สูงที่สุดในภาคตะวันออก ขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 152 สูงสุดในรอบสัปดาห์ จากเดิมที่เมื่อวานนี้(17 ม.ค.)ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 109 เท่านั้น แม้จะมีการระดมหน่วยงานฉีดพ่นละอองไอน้ำพื้นที่ใจกลางเมืองอรัญประเทศก็ตาม  รองลงมาคือ จ.ปราจีนบุรี ที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ ค่า AQI อยู่ที่ระดับ 131 และอันดับสาม คือ จ.ระยอง ที่ ต.เนินพระ อ.เมือง และ ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง ค่า AQI อยู่ที่ระดับเดียวกันคือ 104 ซึ่งทั้งหมดจัดอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว 

    ทั้งนี้ สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึงสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่ โดยดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เป็นตัวแทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ เป็นผลทําให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ และโรคปอดต่างๆ หากได้รับในปริมาณมากหรือเป็นเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อปอด ทําให้การทํางานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทําให้หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด , ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10), ก๊าซโอโซน (O3) , ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)

    โดยกรมควบคุมมลพิษได้กำหนดเกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยไว้ โดยค่าตรวจวัดอยู่ที่ระดับสีส้ม AQI 101-200 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อเตือนให้ประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ส่วนผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ทันที

    อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำและช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ยังคงพบเห็นการเผาไร่อ้อยในพื้น อำเภอต่าง ๆ ที่มีการปลูกอ้อยเช่นทุกวัน อาทิ อ.วัฒนานคร , อ.เขาฉกรรจ์ ,อ.วังน้ำเย็น ,อ.วังสมบูรณ์ และ อ.คลองหาด กระจายกันทั่วพื้นที่ ส่งผลให้มีกลุ่มควันปกคลุมทั่วบริเวณของแต่ละอำเภอ ซึ่งในช่วงเช้าจะพบเห็นฝุ่นจากการเผาอ้อยตกกระจายทั่วพื้นที่่ใกล้เคียงด้วย

    ทางด้าน ตัวแทนผู้ประกอบการอ้อยรายหนึ่ง เปิดเผยว่า กรณีการเผาอ้อยทุกพื้นที่ ต้องยอมรับว่า เป็นปัญหากันมานานแล้ว เราต้องเข้าใจชาวไร่ด้วยว่า เค้าไม่มีทางเลือกมากนักในการจัดการเรื่องนี้ ภาครัฐโดยกระทรวงอุตสาหกรรมพยายามจะออกระเบียบขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหา เช่นถ้าเป็นอ้อยที่มาจากการเผาจะถูกหักเงินต่อตันอ้อยและหากตัดสดชาวไร่ก็จะได้ส่วนเพิ่มจากเงินเฉลี่ยที่หักจากคนที่เผา แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะคนที่ใช้วิธีการเผาก็ยังคงเผาต่อไปเพราะด้วยปัญหาด้านแรงงานที่หายากมาก ส่วนมากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน แรงงานเหล่านั้นไม่ชอบตัด อ้อยสดเพราะใบอ้อยคมมาก ถ้าให้ตัดสดต้องเพิ่มค่าแรงอย่างเดียว

    ทั้งนี้ ด้วยราคาอ้อยขนาดนี้ ทำไปก็ขาดทุน แนวทางแก้ไขที่ควรจะเป็นคือ การใช้รถตัดอ้อย มีคนรับจ้างตัดจริง แต่ไม่เพียงพอและเลือกตัดเฉพาะอ้อยสวย เพื่อความสะดวกและราคาค่าจ้างค่อนข้างแพงมาก เกษตรกรรายย่อยจึงไม่สามารถจ้างรถตัด แรงงานก็หายากดังนั้น การเผาคือ ทางเลือกสุดท้ายที่เค้าต้องทำ ตนไม่ได้สนับสนุนให้เผา แต่ด้วยความเข้าใจและเห็นใจเกษตรกรรายย่อยที่สุด ซึ่งทางแก้ที่เป็นไปได้คือ โรงงานน้ำตาลจะต้องเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ ด้วยการลงทุนหารถตัดอ้อยมาตัดให้ชาวไร่ ที่เป็นลูกไร่ทั้งหมด โดยการจัดคิวการตัดในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพราะโรงงานมีบัญชีลูกไร่ทั้งหมดในมืออยู่แล้ว ส่วนค่าจ้างตัดอ้อยทุกคนเสียในราคาเดียวกัน ลดความเลื่อมล้ำทันที และโรงงานก็สามารถหักค่าตัดได้ง่ายตามระบบ หากใช้ระบบนี้เราจะลดการเผาอ้อยได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ทั้งนั้นขึ้นอยู่ที่นโยบายภาครัฐและโรงงานน้ำตาลว่า จะให้ความร่วมมือทำโครงการแบบนี้หรือไม่

-----------------------------
ข่าวโดย/ยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ