royal coronation
24 มกราคม 2563
ภูมิภาค

ปวีณา รุดช่วยเหยื่อผัวโหด ราดน้ำมันจุดไฟเผาหลังไม่ยอมคืนดี

27 พฤศจิกายน 2562 - 22:29 น.
ปวีณา หงสกุล,มูลนิธิปวีณา หงสกุล,เหยื่อ,ผัวโหด,ราดน้ำมันจุดไฟเผา,นครพนม,อุดรธานี
Shares :
เปิดอ่าน 651 ครั้ง

พี่สาวร้องเรียน มูลนิธิ "ปวีณา หงสกุล" หลังน้องสาวถูกอดีตผัวเหี้ยม ราดน้ำมันจุดไฟเผาทั้งเป็นไม่ยอมคืนดี

คลิปที่ 1

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00 น. ที่ห้อง ICU ศัลยกรรม โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พร้อม พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ร่วมเดินทางไปยี่ยมอาการ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 22 ปี ชาว จ.นครพนม ที่ถูกนายเอ็ม นามสมมุติ  อายุ 26 ปี อดีตสามี ชาว จ.นครพนม ได้ก่อเหตุใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาทั้งเป็น หลังจากที่ นายเอ็ม มาตามง้อขอคืนดี น.ส.เอ ที่เพิ่งเลิกลากันไปไม่สำเร็จ จน น.ส.เอ ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากการถูกไฟไหม้ร่างกาย

โดยทางโรงพยาบาลนครพนม ได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี อยู่ที่ห้อง ICU ศัลยกรรม โดยเบื้องต้นทางมูลนิธิปรีณาฯ ได้มอบงินช่วยเหลือครอบครัว น.ส.เอ จำนวน 5,000 บาท โดยมี นพ.เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รอง ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ฝ่ายการแพทย์ นำตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บ พร้อม นางสิริวิมล ภู่หริย์วงศ์สุข พมจ.อุดรธานี นำกระเช้าของ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี เยี่ยมอาการ โดยมีพ่อ แม่ น.ส.เอ ที่เฝ้าไข้มาร่วมให้ข้อมูล และรับเงินช่วยเหลือ

 

หลังจากนั้น นางปวีณาฯ พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยม นายเอ็ม อดีตสามี น.ส.เอ ที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟไหม้ร่างกายเช่นกัน โดยส่งมารักษาตัวที่ตึกศัลยกรรมผู้ป่วยไฟไหม้ ชั้น 5 อาคารศัลยาคารอุตราทร  ซึ่งมีอาการบาดเจ็บ  นางปวีณาฯ ได้สอบถามเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งตัว นายเอ็มฯ กล่าวยอมรับว่า เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ และขอโทษต่อทุก ๆ คน ที่ได้ทำแบบนี้ลงไป    

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา พี่สาวของ น.ส.เอ ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาฯ ว่า น.ส.เอ ได้อยู่กินกับ นายเอ็ม ที่ประกอบอาชีพรับจ้างมาประมาณ 3 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีถูกชายวัยขวบเศษ 1 คน ระยะหลังนายเอ็มไม่ค่อยทำงาน  ทำให้ครอบครัวจึงไม่ค่อยมีเงินใช้จ่าย จนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ก่อนที่ น.ส.เอ จะขอแยกทางกับนายเอ็ม มาได้ประมาณ 2 เดือน

ระหว่างนั้น นายเอ็ม พยายามจะมาง้อขอคืนดีอยู่ตลอด จนกระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 22 พฤศจิกายน นายเอ็ม ได้มาที่บ้านอีกเช่นเคย ซึ่ง น.ส.เอ กำลังนั่งเลี้ยงลูกอยู่ หลังจากนั้นก็มีปากสียงกัน เพราะ น.ส.เอ ไม่ยอมคืนดี ทำให้ นายเอ็ม ล็อกคอ น.ส.เอ ก่อนจะเอาน้ำมันที่เตรียมมาราดลงบนตัว น.ส.เอ ซึ่งญาติมาเห็นเข้า จึงรีบดึงลูกของ น.ส.เอ ออกมาได้ทัน และพยายามห้ามปราม นายเอ็ม ไม่ให้จุดไฟ แต่ไม่สำเร็จ นายเอ็ม ได้จุดไฟเผาร่าง น.ส.เอ ทั้งเป็นจนดิ้นทุรนทุราย ญาติ ๆ และเพื่อนบ้าน ได้ช่วยดับไฟ ก่อนนำร่าง น.ส.เอ ส่งโรงพยาบาลนครพนม ส่วนตัวของ นายเอ็ม ถูกไฟไหม้ตามแขนและหน้าอก บาดเจ็บด้วยเช่นกัน และอาศัยช่วงชุลมุนขี่รถจยย.หลบหนี ต่อมาทราบว่า นายเอ็ม ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนมด้วย หลังเกิดเหตุญาติ น.ส.เอ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครพนม

“หลังแพทย์ตรวจร่างกาย น.ส.เอ พบว่ามีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามลำตัวลงมาถึงเอว ผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถลืมตาหรือพูดโต้ตอบได้ จนวันที่ 25 พฤศจิกายน ทางโรงพยาบาลนครพนม ได้ส่งตัว น.ส.เอ มารักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และ นายเอ็ม ก็ถูกส่งตัวมาด้วยเช่นกัน แต่ขณะนี้ นายเอ็ม มีอาการดีขึ้น พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยชาย ทางญาติของ น.ส.เอ เกรงว่า น.ส.เอ อาจจะไม่ปลอดภัย จึงร้องมายังมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือ และติดตามคดีให้ด้วย จึงเดินทางมาดูและให้กำลังใจครอบครัว น.ส.เอ

ส่วนการให้ความช่วยหลือครอบครัว น.ส.เอ เพิ่มเติมนั้น ทางครอบครัวสามารถไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และให้การดูแลพื้นฟูสภาพจิตใจ น.ส.เอ และลูก โดยทางมูลนิธิปรีณา จะประสานในการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ที่เดินทางมาที่อุดรธานี เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของคดี หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ ไปแล้ว และรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับ นายเอ็ม แล้ว ในข้อหา พยายามฆ่า ซึ่งหลังจากนี้ ได้ประสานกับทาง สภ.เมืองอุดรธานี เพื่ออายัดตัวนายเอ็ม ที่โรงพยาบาล และรอแพทย์ประเมินอาการว่าจะสามารถคุมตัวไปฝากขังศาลได้เมื่อไหร่ โดยทาง สภ.เมืองอุดรธานี จะส่งตำรวจสายตรวจ มาเฝ้าอาการ หากสามารถนำตัวกลับไปดำเนินคดี จะมารับตัวไปทันที

นพ.เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รอง ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ฝ่ายการแพทย์ เปิดเผยว่า  อาการของผู้ป่วยทั้ง 2 คน โดยอาการของผู้ป่วยหญิงมีมากกว่า ที่ร่างกายถูกไฟไหม้เป็นแผลลึก 60 เปอร์เซ็นต์ ที่ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน  ต้องระมัดระวังในการทำแผล และจะมีการผ่าตัดเพิ่มเติม หลังอาการดีขึ้นด้วยว่าจะกระทบต่อร่างกายบ้างหรือไม่ ที่ต้องใช้เวลามากกว่า 1 เดือน ส่วนอาการผู้ชาย คงจะ 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีหมายจับ เบื้องต้นทางโรงพยาบาลจะให้ รปภ.ประสานกับตำรวจ มาเฝ้าตัวผู้ป่วย เพื่อความปลอดภัย

ข่าว/ภาพ กฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อุดรธานี 

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ