เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโบสถ์เก่าอายุมากกว่า 30 ปี หลังพระลูกวัดหนองจิก มาเห็นควันไฟกำลังพวยพุ่งออกมาจากโบสถ์ ก่อนจะรีบแจ้งพระภายในวัดและกู้ชีพอบต.ศรีนาวา ให้นำรถนำมาช่วยดับไฟที่กำลังรุกไหม้

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.  เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ศรีนาวา ได้รับแจ้งจากพระประชุม คงมล อายุ 54 ปี พระลูกวัดหนองจิก  ตำบลนาหินลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโบสถ์ ซึ่งข้างในมีพระพุทธรูป หลวงพ่อพิทักษ์ ประดิษฐานอยู่ด้านใน  จึงเร่งนำรถดับจำนวน 1 คัน มาทำการดับเพลิงที่กำลังรุกไหม้อยู่ภายใน  ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้พยายามเปิดประตูและหน้าต่างโบถส์ออกเพื่อเป็นการระบายควันที่อยู่ภายใน แต่ด้วยความที่ควันและความร้อนระอุอยู่ภายในโบสถ์เป็นจำนวนมาก เมื่อเปิดประตูและหน้าต่างจึงทำให้ควันไฟและความร้อนได้พุ่งออกมาจึงเป็นอุปสรรคในตอนแรก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงทั้งหมดเอาไว้ได้

 

 

 

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น.  เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อบต.ศรีนาวา ได้รับแจ้งจากพระประชุม คงมล อายุ 54 ปี พระลูกวัดหนองจิก  ตำบลนาหินลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโบสถ์ ซึ่งข้างในมีพระพุทธรูป หลวงพ่อพิทักษ์ ประดิษฐานอยู่ด้านใน  จึงเร่งนำรถดับจำนวน 1 คัน มาทำการดับเพลิงที่กำลังรุกไหม้อยู่ภายใน  ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงได้พยายามเปิดประตูและหน้าต่างโบถส์ออกเพื่อเป็นการระบายควันที่อยู่ภายใน แต่ด้วยความที่ควันและความร้อนระอุอยู่ภายในโบสถ์เป็นจำนวนมาก เมื่อเปิดประตูและหน้าต่างจึงทำให้ควันไฟและความร้อนได้พุ่งออกมาจึงเป็นอุปสรรคในตอนแรก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ30 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงทั้งหมดเอาไว้ได้

พระประชุม คงมล  พระลูกวัดหนองจิก ที่มาพบเหตุคนแรก ได้บอกว่า  เมื่อเวลาประมาณ17.30 น.  ขณะที่ตนกำลังเดินมาที่กุฏิ เหลือบมามองที่โบสถ์เห็นควันลอยออกมาเหนือโบสถ์ ซึ่งตอนนั้นคิดว่าบ้านที่อยู่ข้างวัดเผาขยะ แต่เมื่อมองอีกครั้งพบว่าควันนั้นออกมาจากทางหน้าต่างโบสถ์ จึงบอกพระในวันให้ทราบ พร้อมแจ้งกู้ชีพอบต.ศรีนาวาประสานเอารถน้ำเข้ามาดับไฟ    ซึ่งโบสถ์หลังนี้ได้ถูกใช้งานครั้งล่าสุดเมื่อวันที่10 พย.ที่ผ่านมาเป็นงานรับกฐินหลังจากนั้นก็ไม่มีการเปิดใช้งานจนกระทั้งมาเห็นควันไฟออกมาจากโบสถ์เย็นวันนี้

 

 

 

 

เบื้องต้นความเสียหาย หลวงพ่อพิทักษ์พระประธานภายในโบสถ์ได้รับความเสียหายจากความร้อน รวมไปถึงข้าวของ ประตู  ผนังภายในโบสถ์ได้รับความเสียหายทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีทางวัดพึ่งได้บูรณะโบสถ์หลังนี้ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน

 

 

 

 

 

ภาพ / ข่าว  กิจติภัฐร์ สง่ารัตนพิมาน  นครนายก