โฆษกทางการกัมพูชา เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ตุลาคม 2563) ว่า ฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในเมืองและจังหวัด 19 แห่ง จากทั้งหมด 25 แห่ง ทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ขณะที่ประชาชน 12,376 ราย ต้องอพยพออกจากที่อยู่

โฆษกคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (NCDM) เสก วิเชต กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม มีผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 193,268 ราย ขณะที่อีก 12,376 ราย ถูกอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว

 

“จนถึงขณะนี้ น้ำหลากได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้ว 13 ราย ซึ่งเป็นเด็ก 5 ราย” โฆษกทางการกัมพูชา กล่าวพร้อมเสริมว่า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ พระตะบอง โพธิสัตว์ และบันทายมีชัยทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และกันดาลทางตอนใต้ของประเทศ

มวลน้ำยังหลากท่วมบ้านเรือน 47,923 หลัง รวมถึงนาข้าวและไร่พืชผล 186,689 เฮกตาร์ (ราว 1.16 ล้านไร่) และจนถึงขณะนี้นาข้าวและไร่พืชผลถูกทำลายไปแล้ว 12,958 เฮกตาร์ (ราว 81,000 ไร่) ขณะเดียวกัน การคมนาคมยังหยุดชะงัก เนื่องจากถนนสายหลักหลายสายในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วมต้องถูกปิดเพื่อหลีกเลี่ยงผิวถนนเสียหาย

 

ด้านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรน้ำและอุตุนิยมวิทยา ลิม คีนฮอร์ ระบุการคาดการณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 17 - 19 ต.ค. จะยังคงมีฝนตก ลมแรง และคลื่นสูง เนื่องจากขณะนี้กัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนโซเดล (Saudel) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมอีกครั้ง

“ผู้อยู่อาศัยบริเวณที่ราบริมน้ำและใกล้ภูเขา ชาวประมง และผู้เดินทางทางทะเล ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น”

NCDM ระบุว่า ปกติแล้ว กัมพูชาจะเกิดน้ำท่วมระหว่างเดือนสิงหาคม - ตุลาคม ขณะที่ปี 2019 น้ำท่วมจากแม่น้ำโขงและน้ำท่วมฉับพลันได้คร่าชีวิตผู้คนไป 30 ราย ส่วนพายุฝนคร่าชีวิตผู้คนไป 8 ราย และบาดเจ็บอีก 131 ราย

 

 

น้ำท่วม, กัมพูชา

 

(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนเดินบนถนนที่มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ชานเมืองกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา วันที่ 15 ต.ค. 2020)

 

น้ำท่วม, กัมพูชา

 

(คลิป) พายุหมุนเขตร้อน กัมพูชาอ่วมน้ำท่วมฉับพลัน คร่า 13 ชีวิต อพยพอีกกว่า 12,000 ราย