สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐ (เอฟเอเอ) ออกแถลงการณ์ระบุว่า ลูกเรือสายการบินไชน่า แอร์ไลนส์ แจ้งการพบเห็นใครบางคนขี่เจ็ทแพ็ค ห่างจากสนามบินลอส แองเจลิส  ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 11กม. ที่ระดับความสูง 1,828 เมตร ( 6,000 ฟุต) เมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. วันที่ 14 ต.ค. เจ้าหน้าที่หอบังคับการบิน แจ้งการพบเห็นคนขี่เจ็ทแพ็คเช่นกัน และออกคำเตือนไปยังนักบินคนหนึ่งที่กำลังจะลงจอดที่สนามบินแอลเอ 

เอฟเอเอ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) และเจ้าหน้าที่สนามบินแอลเอ กำลังสอบสวนรายงานการพบเห็นเจ็ทแพ็คเมื่อวาน ซึ่งนับเป็นครั้งที่สองแล้วในเวลาห่างกันไม่ถึง 2 เดือน หลังจากนักบินอเมริกันแอร์ไลนส์ แจ้งพบเห็นชายขี่เจ็ทแพ็ค ที่ความสูง 3 พันฟุต เหนือสนามบินแอลเอที่ติดอันดับพลุกพล่านที่สุดในโลก เมื่อ 29 ส.ค. ห่างจากเครื่องบินของเขาแค่ 300 หลา  โดยถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำอธิบายชัดเจนว่าเป็นใครหรืออะไรกันแน่ แต่หากเป็นมนุษย์บินได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ผ่านเส้นทางการบินจริงๆ จะมีความผิดและมีโทษปรับหนัก  

 

 

อีกแล้ว นักบินแจ้งพบเห็นคนขี่เจ็ทแพ็คที่ความสูงกว่า 1,800 ม.ใกล้สนามบินแอลเอ 

 

เอฟเอเอถือว่า เจ็ทแพ็คเป็นอากาศยานเบาพิเศษ (ultralight plane) ซึ่งหมายความว่า ไม่อนุญาตให้บินในพื้นที่หนาแน่น เหนือชุมชน เมืองหรือนิคม หรือในน่านฟ้าเปิดที่มีการรวมกลุ่มคน อย่างน่านฟ้าสนามบินแอลเอ หากฝ่าฝืน มีโทษปรับสูงสุด 27,500 ดอลลาร์สหรัฐ ( ประมาณ 8.6 แสนบาท) 

 

 

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนไม่เชื่อว่าสิ่งที่นักบินพบเห็นป็นเจ็ทแพ็ค อย่างเดวิด เมย์แมน ซีอีโอ เจ็ทแพ็ค เอวิเอชัน ที่ร่วมพัฒนาเจ็ทแพ็คกับกองทัพสหรัฐ บอก CBS หลังการพบเห็นครั้งแรก ว่าเขาเชื่อว่าน่าจะเป็นโดรนขนาดใหญ่มากกว่า เพราะ ณ ปัจจุบัน เทคโนโลยีเจ็ทแพ็คยังไม่ล้ำขนาดนั้น และถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ว่านี้จริงก็น่าจะต้องมีคนได้ยินเสียงเวลาขึ้น-ลงที่ดังมาก และจะต้องเป็นใครสักคนสร้างขึ้นมาเอง เพราะเจ็ทแพ็คที่ผลิตโดยบริษัทต่างๆยังไม่เปิดสำหรับลูกค้าทั่วไป