ซึ่งหากยอมจ่ายให้เจ้าของแฟรนไชส์ที่มีระบบธุรกิจดีถูกต้อง และหวังทำธุรกิจให้เติบใหญ่เต็มความสามารถ ก็ถือว่าโชคยังดี ที่เจ้าของแฟรนไชส์ยังทุ่มเทโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจต่อเนื่อง แต่หลายรายที่ไปเจอเจ้าของแฟรนไชส์ที่เอาแต่ได้ เพียงแค่หวังเงินจากคนที่หลงไปจ่ายเพื่อซื้อสิทธิและชื่อสินค้าไปจำหน่าย นอกเหนือไปจากนั้น ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องออกแรงเพื่อขายสินค้าด้วยตนเอง อย่างนี้ก็ถือว่าโชคร้าย ต้องออกแรงกันเหนื่อยหรือหลายรายหมดเนื้อหมดตัวไปก็มี

 ถึงกระนั้นก็ดี ก็ยังมีคนไทยจำนวนมากที่อยากทำการค้าโดยยอมจ่ายค่าแฟรนไชส์ เพียงเพราะคิดว่าตัวเองจะได้เหนื่อยน้อยลง ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ทั้งที่สินค้าหรือธุรกิจที่ตนเองลงทุนทำไปนั้น ไม่ต้องการชื่อเสียงจากเจ้าของแฟรนไชส์แม้แต่น้อย หรือหากตนเองออกแรงออกความคิดพัฒนาสินค้าด้วยตนเองมากขึ้นอีกสักหน่อย ก็จะทำให้สินค้าและธุรกิจของตนเองสามารถยืนหยัดอยู่ได้บนอัตลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง มีจุดขายที่ยั่งยืนมั่นคง โดยไม่ต้องไปห่วงกังวลกับเรื่องของแฟรนไชส์

 ตัวอย่างเช่น เรื่องการขายก๋วยเตี๋ยวรถเข็น ที่ดูจะแพร่หลายกันไปทั้งประเทศ ไม่ว่าปากตรอกซอกซอยของจังหวัดหรืออำเภอไหนๆ ก็มีรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยวพะยี่ห้อแฟรนไชส์อย่างทั่วถึง ทั้งที่การทำก๋วยเตี๋ยวขายไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อนแต่อย่างใด แม้หากคิดว่าลูกชิ้นของเจ้าของแฟรนไชส์มีรสอร่อยถูกปากลูกค้า ก็สามารถไปเลือกหาซื้อได้ตามร้านค้าทันสมัยทั่วประเทศเช่นกัน

 หากคนขายก๋วยเตี๋ยวจะยอมลงทุนหาสูตรต่างๆ ด้วยตนเอง เช่น ทดลองต้มน้ำซุปด้วยสูตรที่คิดขึ้นมาเองจนได้รสชาติคงที่ลงตัว หาพริกมาทำพริกขี้หนูที่เผ็ดและหอมพอดิบพอดี หาน้ำปลายี่ห้อที่รสไม่เค็มเกินไป หรือจะลองซื้อน้ำปลาสำเร็จรูปแล้วมาปรุงรสเพิ่ม เพื่อให้ได้น้ำปลาที่มีรสและกลิ่นเฉพาะตัว

 จากนั้นก็สามารถตั้งชื่อร้านให้เป็นของตัวเองได้ โดยไม่ต้องไปอาศัยชื่อแฟรนไชส์ให้เสียเงินเสียทอง กำไรที่ได้ก็จะไม่ต้องไปแบ่งปันให้ใคร ซึ่งแน่นอนละว่าต้องมีการลงแรงทำงานมากขึ้น ต้องอาศัยความเสี่ยงในการที่จะทำให้ทุกอย่างถูกปากคนกินมากขึ้น แต่หากสำเร็จก็จะอยู่ได้ยาวนานจนชั่วลูกชั่วหลาน เพียงแต่ต้องตั้งมั่นในการที่จะดำรงคุณภาพของวัตถุดิบและรสชาติเอาไว้ไม่ให้เปลี่ยนแปลงโดยข้ออ้างอื่นใด

 ทั้งนี้ผมไม่ได้ยุยงให้คนเลิกรากับแฟรนไชส์ทั้งหลายแต่อย่างใด แต่ลองคิดดูว่า ก๋วยเตี๋ยวรถเข็นที่ตีตราแฟรนไชส์ทั้งหลายนั้น นอกจากสีสันของป้ายและรถเข็นแล้ว มีอะไรที่จะทำให้คนกินเชื่อมั่นได้ว่า รสชาติและความอร่อยจะต้องเท่ากันทุกร้าน เหมือนกับแฟรนไชส์แฮมเบอเกอร์ของฝรั่ง

 คนขายแต่ละร้านแต่ละรถเข็นก็แต่งตัวตามใจชอบ ไม่ได้สร้างความรู้สึกเหมือนกันทุกร้านทุกรถเข็น ตามประสาคนขายของแฟรนไชส์ที่ดี ถ้วยชามช้อนตะเกียบที่ใช้ก็ต่างรูปทรงต่างสีสันกันไป โต๊ะเก้าอี้สำหรับให้ลูกค้านั่งก็มีรูปทรงและสีสันแตกต่างกันด้วย 

 คนที่มากินจึงคงไม่ได้มาเพราะชื่อเสียงของแฟรนไชส์ แต่มากินเพราะหิวและหาอะไรกินในละแวกนั้นไม่ได้ หรือมากินเพียงแค่เพราะมักคุ้นกับคนขายเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นอย่างที่ผมว่ามาจริงๆ แล้ว ทำไมไม่ลองหาสูตรทำมาหากินให้เป็นตัวของตัวเอง สร้างชื่อเสียงสร้างกำไรให้เป็นกอบเป็นกำกันไปอย่างเต็มที่เลยเล่าครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ