(19ก.ค.) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคณะกรรมการเซ็นเซอร์แบนโฆษณา"ขอโทษประ เทศไทย" ว่า ไม่มีหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐบาล ไปยุ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพยนต์โฆษณาทางโทรทัศน์แต่อย่างใด เพราะ คณะกรรมการบริหารคลื่นวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (กบว.) ที่ขึ้นอยู่กับกรมประชาสัมพันธ์ได้ถูกยกเลิกไปนานแล้ว ปัจจุบันถือว่าไม่มีกบว.แล้ว ดังนั้นการตรวจโฆษณาปัจจุบันขึ้นอยู่กับสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง ทั้ง 3- 5 -7 -9 เนื่องจากทั้ง 4 ช่องนี้สามารถมีโฆษณาได้ โดยเขาจะรวมตัวกันเองตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่ตรวจสอบตรงนี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การไม่มีหน่วยภาครัฐดูแลทำให้ภาพยนตร์โฆษณามีปัญหาหรือไม่รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จริงๆแล้ว สา เหตุที่เลิก กบว.ไปเพราะได้รับการร้องเรียน ว่าภาครัฐเข้าไปแทรกแซง ต่อมาจึงมีความเห็นร่วมกันว่าให้ยกเลิกและให้เป็นความรับผิดชอบของแต่ละสถานีเอง ใน 4 ช่องจะดูในแง่ที่เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าภาพยนตร์โฆษณาที่ออกมาแต่ละชุดไปขัดต่อกฎหมายอะไร เช่น ขัดต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือไม่ หรือกฎหมายอาหารและยา ซึ่งตนได้สอบถามคณะกรรมการทราบว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่า เรื่องใดเหมาะสมหรือไม่และใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการชุดนี้เป็นหลัก

 ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาลไม่สามารถไปก้าวก่ายคณะกรรมการนี้ได้เพราะมาจากภาคเอกชน และเขาจะรับผิดชอบสิ่งที่เขานำเสนออยู่แล้ว แต่ถ้าเราสามารถมีดุลยพินิจที่เปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับความแตกต่างมากขึ้น ก็จะช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการพูดคุยกับคณะกรรมการเขาบอกเหตุผลที่แบนโฆษณาชุดนี้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า เขาบอกว่าเป็นดุลยพินิจโดยรวมของคณะกรรมการ ซึ่งจริง ๆ ภาพยนตร์ชุดนี้คณะกรรมการได้ไปแก้ไขบางส่วน แต่ไม่ทราบว่าให้แก้ไขอะไรบ้าง โดยคณะผู้จัดทำก็รับไปแก้ไข

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวได้ดูโฆษณาชุดนี้หรือยังว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมรมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เมื่อวานตนได้ดูแล้ว ส่วนตัวก็เห็นว่าไม่มีอะไร ปกติธรรมดา

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าดูแล้วไม่มีอะไรแล้วจะให้ออกช่อง 11 ได้หรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า อยู่ที่ดุลยพินิจของแต่ละช่องที่จะพิจารณากัน ตนไม่มีสิทธิห้ามหรือก้าวก่าย

 ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่มีคณะกรรมการชุดนี้ทำอย่างไรจะทำให้มีการถ่วงดุลเพราะโฆษณาออกมา มีแต่ห่วย ๆ ทั้งนั้น รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เดิมทีรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจนต้องยกเลิกกบว.ไป แต่พอปล่อยให้จัดการเองก็อาจทำให้มีปัญหา โฆษณาที่ไม่มีการควบคุม ซึ่งหลังจากนี้ต้องมาพิจารณากันว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนช่อง 11 ตนไม่สามารถพูดได้ ต้องแล้วแต่คณะกรรมการว่า จะให้ไปออกช่องไหน และแล้วแต่ผู้ผลิตด้วย ช่อง 11 ไม่มีโฆษณาอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดยื่นมาว่าต้องการให้ออกช่อง 11 ก็แล้วแต่ผอ.ช่องพิจารณาอีกครั้ง

 ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะมีผลรัฐบาลหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีผลเพราะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีคนในรัฐบาลหรือศอฉ.เข้าไปกดดัน รัฐบาลยังไม่มีรู้ว่ามีใครบ้างทำโฆษณาชุดนี้ ซึ่งคิดว่าคงไม่มีใครเข้าใจแทรกแซงคณะกรรมการคงพิจารณาของเขาเอง