เมื่อเวลา 05.45 น . วันที่ 31 ม.ค. 2553 ชาวบ้านได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจสภ .วัดโบสถ์ อ.สัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ว่าพบศพหญิงสาวลอยน้ำ ในแม่น้ำแควน้อย บริเวณตรงข้ามสภ . วัดโบสถ์ พ . ต . ต . ปรีชา ช่างเหล็ก พนักงานสอบสวนสภ . วัดโบสถ์ พร้อมแพทย์เวรรพ . วัดโบสถ์ และหน่วยกู้ภัยบูรพาพิษณุโลก ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำศพหญิงสาวขึ้นมาชันสูตร

 เมื่อเดินทางไปถึงหน่วยกู้ภัยได้นำศพขึ้นมาไว้บนฝั่งแล้ว จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนางสุพัตรา เครือบุญ ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ตกแม่น้ำแควน้อย เมื่อเช้าวันที่ 29 ม.ค.  ที่ผ่านมา หลังจากช่วยลูก 4 คนขึ้นฝั่งได้สำเร็จ แต่ตัวเองหมดแรงจมน้ำหายไป สภาพศพของนางสุพัตรา สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาว ภายในตัวพลเงินสดจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือ และบัตรประจำตัวประชาชน ขณะที่ญาติที่มาดูศพ ก็ยืนยันระบุว่าเป็นศพของนางสุพัตรา เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำศพไปพิสูจน์ลายนิ้วมือที่นิติเวชรพ . วัดโบสถ์ ก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาพิษณุโลก ได้ระดมชุดดำน้ำ ออกค้นหาร่างของนางสุพัตราตั้งแต่วันที่ 29-30 ม.ค. แต่ก็ไม่พบ ท่ามกลางการยืนให้กำลังใจของชาวอำเภอวัดโบสถ์ที่รู้สึกสงสารครอบครอบเครือบุญ และ ซาบซึ้งในน้ำใจของแม่ ที่ช่วยลูกทั้ง 4 คน ขึ้นจากแม่น้ำได้สำเร็จ ก่อนที่ตัวเองจะจมน้ำหายไป

 ส่วนโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เด็กจำนวน 4 คนยังอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าแพทย์พยาบาลอย่าใกล้ชิดโดยมีนางดอกไม้ กันยา อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 235 ม.12 ต.วังแดง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ พี่สาวของนางสุพัตรา เครือบุญได้เดินทางมาดูแลหลานด้วยตนเอง โดยพบว่า เด็กทั้ง 4 คน มีอาการปลอดภัยแล้ว และหายจากการตกตกใจจากอุบัติเหตุแล้ว มีอาการร่าเริงดี และยังไร้เดียงสา ยังไม่ทราบว่าแม่จมน้ำเสียชีวิต และพบว่า มีประชาชนชาววัดโบสถ์หลายคน ได้เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจเด็กทั้ง 4 คน นำขนม นม มามอบให้ พร้อมกับพูดคุยให้กำลังใจเด็ก

 นางดอกไม้ กล่าวว่า ตนเป็นพี่สาวนางสุพัตรา เดินทางมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลังทราบข่าว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อไปทาง อบต.แจ้งข่าวให้ทราบ เพราะที่บ้านกำลังมีงานศพของแม่ ส่วนน้องสาวได้เดินทางจะมาร่วมงานศพ โดยมีนายสมศักดิ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างพาครอบครัวนั่งรถยนต์ และติดต่อกับครั้งสุดท้ายประมาณ 05.00 น. หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก กระทั่งทราบข่าว  ปกติน้องสาวกับสามีจะเดินทางมาบ่อย ส่วนวันเกิดเหตุจะมาร่วมงานศพแม่ เพราะตั้งศพเอาไว้ 3 วันแล้ว เนื่องจากจะเผาศพแม่ในวันที่ 31 ม.ค. แต่มาเกิดเหตุร้ายเสียก่อน และคาดว่าจะนำศพน้องสาว กลับไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป หลังจากจัดงานงานศพของแม่เรียบร้อยแล้ว

 นางดอกไม้ กล่าวอีกว่า ตนได้ไปเยี่ยมนายสมศักดิ์มาแล้ว ซึ่งรักษาตัวอยู่ตึกศัลยกรรม ชั้น 1 โรงพยาบาลพุทธชินราช แพทย์ได้ให้ออกซิเจนตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถพูดคุยได้ แต่อาการปลอดภัยและดีขึ้น แต่ยังไม่ได้ถามเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น และยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 ส่วนเรื่องที่ภรรยาเสียชีวิตยังไม่บอกให้รู้ เกรงว่าจะมีผลกระทบจิตใจ ส่วนหลานทั้ง 4 คน อาการดีขึ้นมากร่าเริงแจ่มใส แต่จะไม่พูดเกี่ยวกับแม่ที่ยังหาตัวไม่พบ โดยเฉพาะ ด.ญ.รัตนภรณ์ น้องรุ่ง ครือบุญ อายุ 4 ขวบ เรียนอนุบาล 2 กับ ด.ช.จิรพงษ์ น้องที ครือบุญ อายุ 3 ขวบ เรียนอนุบาล 1 ยังถามหาแม่ตลอดเวลา ส่วน ด.ญสุภาภรณ์ น้องเอิร์น ครือบุญ อายุ 10 ปี กับ ด.ช.ชาญชัย น้องโบ้ ครือบุญ อายุ 10 ปี พอจะรู้เรื่องที่เกิด ว่าแม่จมหายไปกับน้ำ แต่จะไม่พอให้น้องได้ยิน ขณะนี้แพทย์ยังให้นอนรักษาดูอาการหลายวัน เพราะกลัวจะติดเชื้อ

 จากการสอบถาม ด.ญสุภาภรณ์ เผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนนอนหลับ ตกใจตื่นหลังจากรถกระแทกอย่างแรงและตกไปในน้ำ ตอนนั้นแม่ได้ดันออกมาช่องด้านข้างหลังคาไฟเบอร์ ตนว่ายน้ำเป็น ก่อนที่แม่จะดัน ด.ช.ชาญชัยตามออกมา พาไปเกาะที่ตอไม้ ก่อนแม่จะเข้าไปช่วยน้องอีก 2 คน โดยดันน้องทั้งสองคนพ้นน้ำว่ายพาถึงฝั่ง ช่วงนั้นแม่น่าจะเข้าไปช่วยพ่อเพราะติดอยู่ข้างในติดเข็มขัดนิรภัย ก่อนมีคนมาช่วย และแม่ได้จมน้ำหายไป

  ด.ช.ชาญชัย เผยว่า ขณะนั่งอยู่ในกระบะ พวกตนนอนเล่นอยู่บางคนก็หลับ แต่ตนยังไม่หลับ โดยแม่นั่งเล่นโทรศัพท์ รู้สึกตอนเกิดเหตุ ว่ารถลอยขึ้นและลงกระแทกพื้นอย่างแรง จนหลังคาไฟเบอร์เกือบหลุดแต่ยังติดกับตัวรถอยู่ กระทั่งรถตกลงไปในน้ำ แม่ได้ดันพวกตนออกมาที่ละคนพาไปเกะที่ตอไม้ และช่วยน้องอีกสองปลอดภัย ก่อนหลังคาจะถูกน้ำพัดหลุดออกไป ส่วนพ่อยังติดในรถ แม่คงจะเข้าไปช่วยออกมา ก่อนที่แม่จะจมหายไป และมีชาวบ้านมาช่วยที่หลัง

 นางประทวน การเมือง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 780 ม.4 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า วันนี้นี้ตนพร้อมกับญาติ ได้พากันมาเยี่ยมเด็ก พร้อมกับนำสิ่งของขนมอาหารมาฝาก เพราะนึกสงสารกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดทั้งวันทราบว่ามีคนมาเยี่ยมเป็นจำนวนมาก จึงได้ชักชวนคนที่รู้จักมาเยี่ยมให้กำลังใจกับเด็กๆ